CAMPHUB idol บทความ

ย้อนวัย “พี่ซาน” ตั้งแต่เป็นเด็กค่าย จนถึง.. Sunbeary Channel

ตื้อดึง.. สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กล่าค่ายทุกคน กลับมาพบกับ พี่ฟิวส์ และ พี่ซัน กันอีกเช่นเคยใน “แคมป์ไอดอล” เผลอแป๊บๆ ก็เข้าสู่เดือนส่งท้ายปี 2559 กันแล้ว น้องๆ หลายๆ คนก็คงวางแพลนไปเคาท์ดาวน์ที่ไหนกันแล้ว ก็ขอให้น้องๆ เดินทางปลอดภัย เที่ยวกันให้สนุกนะ น้องๆ หลายๆ คน

หลังเลิกเรียน กลับบ้านมา ทำอะไรกันบ้างเอ่ย พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายๆ คนต้องเข้าไปดูคลิปในยูทูบกันอย่างแน่นอน ซึ่งยูทูบก็มีคลิปที่มากมาย ทั้งเอ็มวี ซีรีส์ และวีดีโอสนุกๆ อีกมากมายจากเหล่า “ยูทูบเบอร์” ผู้สร้างสรรค์วีดีโอสุดเจ๋ง ที่ให้พวกเราได้ชมกัน ซึ่งหนึ่งในยูทูบเบอร์หลายๆ คน คนนี้น้องๆ ต้องรู้จักกันอย่างแน่นอนกับ “พี่ซาน” จาก Sunbeary Channel ยูทูบเบอร์สุดน่าร้ากกกก ที่จะทำกี่คลิปออกมา เราก็อมยิ้มทุกครั้ง เมื่อได้ดูคลิปจากแชนเนลนี้

ซึ่งแคมป์ไอดอลในตอนนี้ เราก็จะพาน้องๆ ไปรู้จักกับพี่ซานกันมากยิ่งขึ้น ย้อนเวลากลับไปตอนพี่ซานอยู่ม.ปลาย พี่ซานก็เคยเข้าค่ายมาเหมือนกันนะ อยากรู้แล้วล่ะสิว่าพี่ซานเข้าค่ายไหนมา พร้อมกับพาน้องๆ ไปเที่ยวร้านเบเกอรี่สุดน่าร้ากกกที่ไม่แพ้พี่ซานเลย กันที่ร้าน Perhaps Rabbits By Pop Me Up อยากไปพบกับพี่ซานแล้วล่ะสิ ถ้าอย่างนั้นเราไปกับพี่ซานกันเลยจ้า


สวัสดีครับ พี่ซาน นี่เป็นการถ่ายแบบครั้งแรกของพี่ซานเลยหรือเปล่าเอ่ย?

ไม่ใช่ครั้งแรกนะ 5555 เพราะเราชอบถ่ายรูป แต่เป็นครั้งแรกที่ให้สัมภาษณ์แบบนี้


พี่ซานคิดอะไรอยู่ตอนที่แคมป์ฮับชวนไป?

เพจอะไร ไม่รู้จักมาก่อน 5555 แต่เห็นว่าเว็บนี้มีจุดประสงค์ดีมาก เพราะสมัยก่อนมีคณะเปิดค่ายให้นักเรียนไป เราก็รู้ข่าวช้ามาก ส่วนมากรู้จากเพื่อน คนรีวิวก็ไม่มี เลยไม่รู้ว่าน่าไปยังไงแค่ไหน เลยไม่ไปซะเลย (แต่พี่ซานก็ไปมาค่ายนึงนะ) 5555 เว็บไซต์นี้พี่ซานคิดว่าดีมากเลย เป็นประโยชน์กับน้องๆ ม.ปลาย ในการหาตัวตนมากๆ


ตอนเด็กๆ พี่ซานใฝ่ฝันว่าอยากเป็นอะไร?

อยากเป็นครู ยังมีซากที่พี่ซานเขียนบนกำแพงอยู่เลย ใช้แทนกระดานดำ 5555


พี่ซานมีโอกาสได้เข้าค่าย “เส้นทางสู่หมอศิริราช” ได้ยังไง?

พี่สาวพี่ซานเป็นหมอศิริราช พี่สาวก็เลยเชียร์ให้เราเข้าค่ายนี้ เราก็เออ.. น่าสนใจ ก็เลยสมัครไป


พี่ซานได้เข้าค่ายนี้ แล้วพี่ซานแล้วได้อะไรมาบ้าง?

ย้อนนานเลยแฮะ แต่ความรู้สึกจำได้ว่า เหมือนเราเข้าไปดูหนังเรื่องนึง แล้วรู้สึกนัวๆ มึนๆ ก็สนุกดีนะ แต่ก็ไม่ได้อยากบอกต่อคนอื่น ไม่ได้ตื่นเต้นกับกิจกรรมเท่าไหร่ รู้สึกว่าคนในค่าย เราก็ไม่ได้อยากรู้จักกับใครเป็นพิเศษ แต่ประทับใจตรงที่พี่ๆ พาเข้าไปดูอาจารย์ใหญ่ จำลองการเรียนจริงๆ ของนักศึกษาแพทย์ แต่ก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่น่าจะใช่ที่ของเรา


หลังจากเข้าค่าย มุมมองของอาชีพหมอของพี่ซานเป็นยังไงบ้าง?

มองว่าอาชีพหมอมันไม่ได้แค่อยากอย่างเดียวละ ไม่ว่าจะอยากได้เงิน ได้ชื่อเสียง ได้เกียรติ แต่เราต้องมีใจรักในอาชีพ มีความเสียสละ และมีความรับผิดชอบอย่างสูงมากๆ เพราะความเป็นความตายของคนมันอยู่กับเรา รู้สึกศรัทธากับหมอดีๆ หลายๆ คนที่ทำเพื่อคนไข้อย่างแท้จริง และนับถือคนที่เรียนหมอมากๆ เพราะไม่ได้แค่สมองดีอย่างเดียว แต่ยังต้องมีความรับผิดชอบ และขยันแบบสุดๆ อีกด้วย


แล้วจู่ๆ พี่ซานเบนมาบัญชีได้ยังไง?

ไปค่ายหมอแล้วความรู้สึกเรายิ่งเบลอ ทุกๆ วัน คำถามจะเกิดขึ้นว่า “เราอยากเป็นหมอจริงๆ หรอ เราจะทำได้จริงรึเปล่า เราจะมีความสุขหรือ หรือแค่ตามกระแสว่าอาชีพนี้ดี ??” แต่ก็ไม่ได้คำตอบหรอก จนเราเห็นพี่สาวตัวเองใช้ชีวิตตอนเป็นนักศึกษาแพทย์ เรามั่นใจเลยว่าเราไม่อยากเป็นแบบนั้นแน่ๆ เลยหาอาชีพอื่น

ซึ่งเราเป็นคนชอบค้าขาย ทำอะไรขาย ไปนู่นนี่บ่อยๆ อยู่เฉยๆ ไม่ค่อยเป็น ตอนเด็กๆ เราชอบเปรียบเทียบราคาสินค้าของห้างนู้นห้างนี้ เลยมองคณะพาณิชย์เลย แล้วก็อยากอิสระจากที่บ้าน 5555 จุ๊ๆ เลยยังไงก็ได้ไม่เอาจุฬาฯ แน่นอน เพราะใกล้บ้านเกินไป ขอไปไกลกว่าสยามบ้างเถอะ เลยมั่นใจมากว่า ยังไงก็จะไปอยู่บัญชี ธรรมศาสตร์แน่นอน สมแล้วที่รู้ตัวเอง วิเคราะห์ตัวเอง ไปค่ายหาตัวตน และสำคัญที่สุดคือได้มองชีวิตจริงๆ ของเราว่าเราอยากจะเป็นอะไร ถ้าไม่ได้เข้าค่ายกับได้เห็นพี่สาวตัวเองในวันนั้น ตอนนี้น้องๆ อาจจะเรียกพี่ซานว่า “หมอซาน” ก็ได้นะ

ถ้าไม่ได้เข้าค่ายกับได้เห็นพี่สาวตัวเองในวันนั้น ตอนนี้น้องๆ อาจจะเรียกพี่ซานว่า “หมอซาน” ก็ได้นะ


ได้ข่าวว่าพอพี่ซานขึ้นมาระดับมหาวิทยาลัย พี่ซานก็ไม่อยู่เฉย ขายนู่นขายนี่ เล่าให้น้องๆ ฟังหน่อยว่าทำอะไรบ้าง?

ตอนที่เรียนอยู่ที่นี่ก็มีความสุขมากๆ ตอนว่างๆ หลังเรียนก็ไปขายดอกไม้รับปริญญา ขายไอติม ขายเสื้อผ้ามือสอง ทำสมุดถักขาย กำไรบ้าง ขาดทุนบ้าง แต่ขอให้ไม่อยู่เฉยๆ พอ


ความคิดก่อนที่จะเรียนกับหลังเรียนจบในคณะบัญชีเหมือนกันมั้ย

ต่างกันนะ ตอนแรกคิดว่าจะต้องเทพบัญชีมากๆ แบบเรียนขั้นประยุกต์การทำธุรกิจในชีวิตจริง เรารู้สึกว่าที่เราได้มา คือทฎษฎีมากๆ เรื่องภาษีนี่สอนน้อยมาก ไม่ต่างจากหลักสูตรอยู่มัธยมเท่าไหร่ หรือของแบบนี้อาจจะต้องมาจากประสบการณ์เท่านั้นก็ได้นะ หลักสูตรเลยให้แค่ทฤษฎี แต่เราต้องนำไปปรับใช้เอง


ตอนพี่ซานเรียนในระดับมหาวิทยาลัย พี่ซานได้มีโอกาสเป็นพี่ค่ายบ้างมั้ยเอ่ย

ถ้าค่ายที่จัดให้น้องๆ ม.ปลาย เราไม่ได้ทำ แต่เราได้ทำค่ายจิตอาสา อย่างค่ายสร้างโรงเรียนบนดอย ค่ายสร้างห้องสมุด หรือจะเป็นค่ายของคณะกรรมการนักศึกษาของคณะ อย่างค่ายรับน้อง กับช่วยรุ่นน้องจัดงาน “บัญชีวิชาการ” ซึ่งเป็นงานเปิดบ้านของคณะของพี่ซานเอง


จุดเริ่มต้นในการมาเป็นยูทูบเบอร์ของพี่ซานคืออะไร

เพราะเพื่อนเลย ตอนแรกเราเป็นเบื้องหลังและก็แสดงร่วมกับ kannnich ปีกว่าๆ ก็เลยทำเองซะด้วยเลย เราสนุกกับการเล่นมาก 5555 รู้สึกได้ทำอะไรที่ไม่ได้ทำเยอะดี ทำตัวบ้าบอได้เต็มที่มาก

คลิปแรก ที่พี่ซานได้มาออกในแชนเนล KNN | kanninich


พี่ซานคิดว่าการทำคลิปของพี่ คือการทำงานหรือคือการเล่นสนุก..??

รู้สึกว่าเราอยากทำอะไรสนุกๆ อยากหาอะไรให้คนดูสนุก ไม่รู้ว่าเป็นงานมั้ย แต่เหมือนเป็นความรับผิดชอบของเราไปแล้ว เพราะถ้าวันไหนเราไม่ลงคลิป ก็จะมีคนแชตมาละว่า “รออยู่” “พี่ซานไปไหน” เราไม่คิดว่าสิ่งที่เราทำจะมีคนมาเฝ้ารอ เห็นค่ามันขนาดนี้ ทุกวันนี้ก็ลงคลิปเรื่อยๆ นะ ทุกคลิปคือสนุก อยากทำอันไหนก็ทำ ถ้าเราไม่ชอบ เราก็จะไม่ฝืนที่จะทำ


คอนเซ็ปต์ของ “Sunbeary Channel” คืออะไร

คอนเซ็ปต์ของ Sunbeary Channel คือ “เป็นตัวเองมากที่สุด” มีคนถามว่าแกล้งซุ่มซ่ามใช่มั้ย บอกตรงๆ เลยว่าไม่ 5555 เป็นคนซุ่มซ่ามมากจริงๆ ขี้กลัวสัตว์เกือบทุกชนิด โซบะแรกๆ ก็กลัวนะ ขนาดน่ารักขนาดนั้น กลัวความสูง เต้นไม่เป็น เกมก็เล่นไม่ค่อยเป็น ชอบกินขนม ไม่ชอบออกกำลังกาย เต้นไม่เป็น ร้องเพลงกากๆ วาดรูปเลวร้าย

ทั้งหมดคือชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อซาน เอาตรงๆ เราไม่คิดเลยว่าจะมีคนติดตามขนาดนี้ เพราะเราไม่ได้เก่ง ไม่ได้สวยแบบดารา เราไม่ใช่นักร้อง เราไม่เพอร์เฟ็คต์สักด้าน แต่เราแค่คิดว่าเราเองก็มีเอกลักษณ์บางอย่างที่เป็นเราเอง จนทำคลิปไปเรื่อยๆ คนดูกลับรักในความเป็นเราแบบนี้ สรุปเลยคือไม่ว่ายังไง เราไม่ต้องพยายามเป็นใครหรอก เป็นตัวเราเองแบบไม่เดือดร้อนใคร มันดีที่สุดแล้วจริงๆ โลกจะดึงดูดคนที่เราควรคบเข้ามาหาเราเอง เราไม่ต้องเหนื่อยเป็นใครด้วย ที่สำคัญ ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเราเองมีความสุข

เราไม่ต้องพยายามเป็นใครหรอก เป็นตัวเราเองแบบไม่เดือดร้อนใคร มันดีที่สุดแล้วจริงๆ โลกจะดึงดูดคนที่เราควรคบเข้ามาหาเราเอง

“โซบะ” สุนัขที่พี่ซานพูดถึง


ทำไมถึงลงตัวที่คอนเซ็ปต์นี้

ทำไปเรื่อยๆ ก็รู้เองนะ แต่เราเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วตั้งแต่เกิด คือเรายิ้มง่าย ชอบโดนแกล้ง ไม่อยากเลียนแบบใคร รู้สึกว่าเวลาที่เราพยายามเป็นใครที่ไม่ใช่เรา เราจะยิ้มไม่ออก อะไรที่เรายิ้มไม่ออก เราว่ามันไม่ดีละ


ที่มาที่ไปในการคิดว่าในแต่ละคลิปว่าจะทำอะไรดีมากจากไหนเอ่ย

มันมาเองนะ แบบเห็นอะไรใกล้ตัวหรือที่เป็นกระแสอยู่ก็หยิบมาเล่น อย่างตอนที่ชีสทาร์ตกำลังฮอต เราก็ไปทำคลิป (จริงๆ เพราะอยากส่วนตัว 5555) หรือจะเป็นคลิปข้าวกล่องโปเกม่อน ช่วงที่เกมโปเกมอนโกกำลังบูมๆ แล้วก็มีร่วมกับยูทูบเบอร์คนอื่นๆ ที่สำคัญ สปอนเซอร์ก็เข้ามามีบทบาทด้วย เพราะเรามีรายได้จากส่วนนี้ พอเรารับงานมา เราก็ต้องสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจที่สุด แล้วไม่เอาเปรียบทั้งคนดูทั้งลูกค้า อันไหนที่เราไม่ชอบไม่อิน ก็จะไม่รับมา ตรงนี้สำคัญมาก ครีเอทีฟของพี่ซานมีส่วนช่วยตรงนี้มาก


พี่ซานต้องการให้อะไรกับน้องๆ คนดู..??

ต้องการให้เด็กรุ่นใหม่กล้าทำ กล้าลอง ไม่ต้องรอเก่ง รอเพอร์เฟ็คต์ แล้วค่อยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ข้ออ้างใหญ่สุดของมนุษย์เลย เวลาจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง มันจะมีอีกเสียงมาต้านเราว่า “เราไม่เก่งเท่าคนนั้นคนนี้หรอก” “เราทำไม่ได้หรอก” “รอเก่งก่อนค่อยทำ” สรุปเราก็ไม่ได้ทำจริงๆ สักที อยากให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ต้องติดความเพอร์เฟ็คต์ หลายๆ คนคงเคยเจอกับตัวเองว่าบางทีความคิดแรกของเรานี่ดีที่สุดแล้ว เพราะงั้น คลิปที่พี่ซานพาไปเที่ยว ไปไหนสักที่ หรือลองทำอะไร มันจะสดมาก เพราะไม่ได้ซ้อมมาก่อน 5555

กล้าทำ กล้าลอง ไม่ต้องรอเก่ง รอเพอร์เฟ็คต์ แล้วค่อยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง


พี่ซานทำงานกับพี่กานและทีมงานคนอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง

ดีมากๆ เลย ทีมที่ดีคือต้องกล้าฟีตแบคกันตรงๆ คุยกันตรงๆ ได้ แค่นี่แหละ ถ้าเราเจอใคร ที่เราพร้อมเปิดใจฟังความคิดเห็นของเค้าคนนั้น ยิ้มรับให้เค้า ตอนที่เค้าว่ากล่าวเราเวลาที่เราทำผิด มองเป้าหมายเดียวกัน เจตนาต่อสังคมต่ออาชีพมันสอดคล้องกัน ก็ทำงานได้แล้ว


ไม่ว่าพี่จะอยู่แชนเนลตัวเอง หรือแชนเนลพี่กาน ก็โดนแกล้งตลอดเลย รู้สึกยังไงบ้าง

ชินแล้ว ไม่ทำแชนเนลก็โดน เก็บกดเว่ยยยยย ฮือออออ 5555


พี่ซานรู้สึกยังไงกับการที่เด็กชอบมาเกรียนในเชนแนลของพี่

เอาตรงๆ คือเกรียนด่าหยาบคาย เราไม่ชอบนะ นอกจากจะไม่มีมารยาทแล้ว ยังแสดงถึงความก้าวร้าว เราคิดว่าถ้าเราเป็นพ่อแม่ เราคงเสียใจที่ลูกพูดจาแบบนี้กับคนอื่น ไม่ได้รู้สึกโกรธนะ แต่รู้สึกแย่มากกว่า อยากให้เด็กมีวุฒิภาวะทางความคิดการแสดงออกมากกว่านี้ กังวลว่าโตมาจะเป็นคนยังไง ถ้าเจออีกนี่รีพอร์ตรัวๆ


พี่ซานเอาความรู้จากบัญชี มาทำในอะไรในการทำคลิปบ้าง

เอามาใช้เลย แต่ไม่ได้ใช้กับเบื้องหน้าของการทำคลิปนะ แต่เอามาทำบัญชีของแชนเนลนี่แหละ คิดต้นทุนในการทำคลิป ค่าใช้จ่ายต่างๆ และบัญชีมันแทรกเป็นอณูในความคิดนะ คือมันฝึกให้เราเป็นคนละเอียดเรื่องเงิน จู้จี้มาก เช่นแบบ เงินในแชนเนลเรา ใครอยากเบิกเท่าหร่ ถ้าไม่เอาใบเสร็จมา จะแอบหงุดหงิดนิดนึง 5555


มีน้องๆ หลายๆ คนสงสัยว่าที่พี่ซานลงท้ายทุกๆ คลิปเสมอว่า “แฮร่” มีที่มายังไงเอ่ย

แฮร่มันเหมือนเป็นคำพูดเล่นๆ อารมณ์ประมาณคำอุทานเวลาที่เราทำผิด ไปๆ มาๆ ก็เลยติดปาก ก็เลยนำมาใช้ในการปิดท้ายคลิปซะเลย


อยากจะบอกอะไรกับคนที่อยากมาเป็นยูทูบเบอร์

อยากเป็นอะอยากได้ แต่อย่าให้มันเป็นความอยากจากสังคม อยากให้เราฟังเสียงข้างในว่าอยากทำอะไร เพราะถ้าเราได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เราจะศรัทธาในตัวเอง สุดท้ายเราจะทำไรก็สำเร็จ คนอื่นๆ ก็เห็นค่าในตัวเรา เห็นเด็กรุ่นใหม่อยากเป็นนู่นอยากเป็นนี่เยอะมาก เดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่จะมองอะไรฉาบฉวยมาก เห็นว่าพี่ซานว่างไปกินนู่นกินนี่ ไปเที่ยวนั่นเที่ยวนี่ อยากเป็นแบบนั้น อยากมีแบบนู้น แต่ทุกอาชีพก็ต่างมีจุดลำบากกันทั้งนั้น อยากให้มองรอบๆ ด้าน ฟังตัวเองเยอะๆ


พี่ซานอยากจะฝากอะไรถึงคนดู..??

อยากฝากว่ามีความเห็นเกี่ยวกับคลิปยังไงก็คอมเมนต์กันมาได้ แต่ขอสร้างสรรค์นะ ไม่หยาบคาย 5555 อยากฝากให้น้องๆ ทุกๆ คนเป็นตัวของตัวเอง กล้าทำไปเลย อยากทำอะไรก็ทำ อยากลองอะไรก็ลอง ยิ่งเรามีแบบ มีกรอบ มันยิ่งทำให้ชีวิตของเราน่าเบื่อ แบบพี่ซานตอนเด็กนี่เนิร์ดมาก แทบไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย เรียนอย่างเดียว ทำกิจกรรมคณะ มีปมวาดรูปเลยไม่วาดเลย ใช้เพื่อนทำงานส่งอาจารย์ตลอด 5555 จนสุดท้ายเรามาทำคลิป เฮ้ย สิ่งที่เราคิดว่าตัวเองแย่มาก แต่ในสายตาคนอื่นมันน่ารักว่ะ มันไม่เห็นจะแย่เลย อ้าว.. มัวแต่คิดมากไปสิบปี 5555


พี่ซานช่วยฝากอะไรถึงน้องๆ ที่กำลังค้นหาตัวเองหน่อยครับผม

อยากให้น้องๆ หาคำตอบที่มาจากเสียงในใจของเราเองให้เร็วที่สุด ถ้าพี่ซานไม่ไปค่ายหมอ วันนี้อาจจะไม่มี Sunbeary การที่เราจะประหยัดเวลาที่สุดคือการได้ไปเห็นอนาคตของสิ่งที่เราอยากเป็น เราจะมีเซนส์อะไรบางอย่าง แบบ “เออนี่ใช่” “ไม่ใช่ยังไง” เพราะฉะนั้น เราคิดว่าเราอยากเป็นอะไร ก็เอาตัวไปอยู่จุดนั้นให้มากที่สุด ค่ายเป็นอะไรที่ช่วยได้มาก มันจะทำให้เราเห็นภาพ และที่สำคัญ เรายังได้รู้จักกับรุ่นพี่ของคณะนั้นจริงๆ อีกด้วย


สุดท้ายนี้.. การทำคลิปให้อะไรกับพี่ซาน

การทำคลิปสำหรับเรา มันทำให้เรารู้คุณค่าของตัวเองว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร ฟังแล้วอาจจะดูเวอร์ เราได้มาเจอกับคนหลายๆ คน เค้าบอกกับเราว่า “เค้ายิ้มไม่ออกจนมาเจอคลิปที่ทำให้เค้ายิ้มได้” ทำให้เราเองมีความสุข เรารู้เลยว่าเราเกิดมาเพื่อสร้างรอยยิ้มบนโลกนี้ให้มากขึ้น ตั้งใจจะทำคอนเทนต์ดีๆ สนุกๆ ให้คนดู น้องๆ ทุกคนยิ้มกันนะคะ แฮร่


มันทำให้เรารู้คุณค่าของตัวเองว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เรารู้เลยว่าเราเกิดมาเพื่อสร้างรอยยิ้มบนโลกนี้ให้มากขึ้น

สิ่งที่ “พี่ซาน” ได้จากการเป็นยูทูบเบอร์


เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย สำหรับ “แคมป์ไอดอล” กับ “พี่ซาน” ในครั้งนี้ นอกจากพี่ซานจะมาฝากความสดใสให้กับน้องๆ แล้ว ยังฝากข้อคิดดีๆ ให้กับน้องๆ มากมายอีกด้วย จะมีใครรู้ว่าพี่ซานก็เคยเกือบจะเป็นหมอซานมาแล้ว ไม่ว่าอาชีพไหนๆ ก็มีส่วนเติมเต็มให้ประเทศของเราก้าวเดินไปข้างหน้า พี่ซานและพี่ๆ แคมป์ฮับ ก็ขอให้กำลังใจน้องๆ ในการค้นหาความฝัน ค้นหาตัวเองว่าอยากเป็นอะไร และขอให้มีความสุขกับทางที่ตัวเองเลือกนะ !! ส่งท้ายสิ้นปีแบบนี้ แคมป์ฮับก็เตรียมเซอร์ไพรส์เด็ดๆ ให้น้องๆ เอาไว้ เร็วๆ รู้แน่นอน !! สำหรับแคมป์ไอดอลใน EP. ถัดไปจะเป็นใครนั้น ก็รอติดตามกัน

อ๊ะๆ อย่าลืมไปติดตามกับคลิปสุดฮาของพี่ซานกันต่อที่ได้ Sunbeary Channel กันนะ พี่ซานรอน้องๆ มาดูกันอยู่ เข้าไปกดติดตามกันได้เลย สำหรับวันนี้ พี่ฟิวส์ พี่ซัน พี่ซาน และ พี่กาน ต้องขอลาไปก่อน แล้วเจอกันในโอกาสต่อไป สวัสดีจ้า ฟิ่วววววว ~~~

อย่าลืมแอดไลน์ @CAMPHUB

แคมป์ไอดอล : ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช (พี่ซาน)
ยูทูบแชนเนล : Sunbeary
ไอจี : @sunbeary
พี่ตากล้อง : พี่ซัน แคมป์ฮับ และพี่กาน (kanninich)
สัมภาษณ์ : พี่ฟิวส์ แคมป์ฮับ
กราฟิก : พี่อัยย์ แคมป์ฮับ
ขอขอบคุณสถานที่ : Perhaps Rabbits By POP ME UP เวิ้งโบราณ ปากซอยเอกมัย 10 กรุงเทพฯ

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

พี่ฟิวส์

พี่ชื่อฟิวส์ ตอนนี้จบวิศวเคมี บางมดแล้ว ตอน ม.ปลาย ก็เป็นเด็กล่าค่ายประมาณนึงเลย พูดเลยว่า "ถ้าไม่ได้เข้าค่าย ก็ไม่ได้มาทำแคมป์ฮับนะ" อยากให้น้องๆ หาโอกาสไปลองเข้าค่าย ทำกิจกรรมกันดูนะ เผื่อเราจะได้เจอคำตอบว่า "เราอยากเรียน อยากทำสิ่งๆ นี้ จริงๆ มั้ย?"