แคมป์รีวิว

รีวิวค่าย Open Capsule #16 เปิดตำรา หมอยา คณะเภสัชฯ มหิดล [EP.77]

ALL ABOUT Open Capsule

  • จากประสบการณ์ที่ได้เข้าค่ายนี้ถึงจะเป็นค่ายแค่วันเดียวแต่สนุกมาก และได้ความรู้เพิ่มเยอะจริงๆ
  • อาจารย์ที่คณะจะสอนเสมอว่า “ความไม่รู้ของพวกคุณ คือความเป็น ความตายของผู้ป่วย” ดังนั้นจึงห้ามผิดพลาดเด็ดขาดเลย
  • แล็บคลินิก สนุกมากๆ เราได้ลองสวมบทบาทเป็นเภสัชกรจริงๆ พี่ๆ คือตลกมาก 555 ทำให้จากที่เราเกร็งๆ ก็ขำพี่เขาไปด้วย จนลืมความเกร็งไปเลย

สวัสดีจ้าาา กลับมาเป็นประจำวันพุธเช่นเคยกับแคมป์รีวิว วันนี้ “พี่จั๊มพ์” จะพาน้องไปทำความรู้จักกับค่าย Open Capsule ครั้งที่ 16 ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563 ที่ผ่านมานี่เอง ค่าย 1 วันเต็มที่กิจกรรมอัดแน่น พร้อมการทดลองมากถึง 6 แล็บ ปีนี้เค้าว่ากันว่ามาใน ธีม “My pharmacist รักฉุดใจนายเภสัช” ด้วยน้าาา จะเป็นยังไง สนุกแค่ไหน ไปชมกันเลยยย

รู้จักคณะเภสัชฯ มหิดล กับ “พี่รุจ” ประธานค่าย

“พี่รุจ” รุจทิวัตถ์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ประธานค่าย ชั้นปีที่ 4 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เภสัชฯ มหิดล เรียนอะไรบ้าง

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นคณะที่ศึกษาเกี่ยวกับสารหรือวัตถุที่นำมาใช้เป็นยาในกลุ่มต่างๆ ทางเภสัชศาสตร์ ซึ่งเราจะเรียนกันทั้งหมด 6 ปี โดยชั้นปีที่ 1 จะเรียนที่วิทยาเขตศาลายา ส่วนปีอื่นๆ จะเรียนที่คณะเภสัชศาสตร์ พญาไท โดยรายละเอียดการเรียนที่น่าสนใจในแต่ละปี มีดังนี้

  • ชั้นปีที่ 1 เป็นปีที่น้องๆ จะเน้นเรียนวิชาพื้นฐานเป็นหลัก เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ คณิตศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งถือว่าหนักเอาการเพราะจะต้องตัดเกรดรวมกับคณะอื่นๆ ด้วย แต่ถือว่ามีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือการได้เพื่อนใหม่ต่างคณะนั้นเอง 
  • ชั้นปีที่ 2 จะได้เริ่มเรียนวิชาที่เกี่ยวกับคณะเภสัชฯ เบื้องต้น ทั้งการวิเคราะห์ยา และการใช้ยา เช่น วิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของมนุษย์ วิชาเภสัชวิเคราะห์ ฯลฯ 
  • ชั้นปีที่ 3 ชั้นปีนี้ ส่วนมากจะเป็นวิชาภาคต่อจากชั้นปีที่ 2 เรียนให้รู้ลึก รู้จริงกันมากยิ่งขึ้น
  • ชั้นปีที่ 4 เริ่มเรียนการใช้ยากับกลุ่มป่วย มีการลงพื้นที่ซักประวัติผู้ป่วยจริงๆ เกี่ยวกับยาในโรงพยาบาล 
  • ชั้นปีที่ 5 และแล้วก็ได้เวลา ตัดสินใจเลือกสายว่า จะไปทางไหน ซึ่งมีสาขาให้เลือกดังนี้
    การบริบาลทางเภสัชกรรม (ด้านผู้ป่วย) เน้นเรื่องการดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ร้านขายยา งานเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค
    เภสัชอุตสาหการ (ด้านผลิตภัณฑ์) ดูแลเกี่ยวกับการผลิตยา ต้องรู้ตั้งแต่ระบบการวางแผนท่อลมในโรงงาน ยันการตรวจวิเคราะห์ และการพัฒนายา
    นอกจากนี้ในชั้นปีนี้ยังได้ทำโปรเจคงานวิจัยร่วมกับอาจารย์ในมหาลัยอีกด้วย และหากผลวิจัยออกมาดี มีประโยชน์จนต้องยกนิ้วให้ ก็อาจถึงขั้นถูกตีพิมพ์ลงวารสาร สู่สายตาชาวโลกด้วย
  • ชั้นปีที่ 6 ช่วงเวลาแห่งการออกสนามฝึกงานของจริง! ที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องฝึกในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเลือกเรียนสายเภสัชอุตสาหการ ก็สามารถไปฝึกงานในโรงงานยาได้

ความพิเศษของ เภสัชฯ มหิดล

มหิดล เนี่ยถือว่าเป็นมหาลัยทางการแพทย์ของประเทศไทย อันดับต้นๆ ของไทย ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องหลักสูตรเลย จะได้เนื้อหาที่ควรได้รับไปเต็มๆ สังคมที่นี่เราช่วยกันเรียน อีกอย่างคือ มีอาจารย์เป็นเหมือนครอบครัวครับ เวลามีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลืออะไร ก็ปรึกษาได้ตลอด เป็นเหมือนครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น เราสนิท ตั้งแต่เพื่อน อาจารย์ ป้าร้านขายข้าว จนถึงป้ายามเลยก็ว่าได้

ข้อดีของการเลือกสายตอนปี 5

เราจะได้เรียนรู้วิชาของทั้ง 2 สายในระดับพื้นฐานก่อนขึ้นชั้นปีที่ 5 ทำให้เรามีโอกาสตัดสินใจได้ว่า เราถนัด มีความสนใจ และเหมาะสมกับสายไหนมากกว่ากัน 

เรียนเภสัชฯ เป็นได้มากกว่าขายยา

เภสัชฯ ไม่ได้มีบทบาทแค่ในร้านขายยา หรือตู้ยาในโรงพยาบาลนะครับ ทุกๆ ครั้งที่พยาบาลจะจ่ายยาให้คนไข้ที่นอนแอ็ดมิดอยู่ เภสัชฯ จะเป็นคนเตรียมยาและตรวจสอบให้เหมาะสมกับคนไข้ก่อนทุกครั้ง เป็นบทบาทที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยรู้ จริงๆ แล้วยังมีอาชีพหลายๆ อย่างที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง

อย่างถ้าจบสายเภสัชอุตสาหการ ก็สามารถทำงานในโรงงานยาได้ ซึ่งทำงานได้หลายส่วน ตั้งแต่ควบคุมการผลิตยา การคัดเลือกสาร วิเคราะห์ พัฒนายา ไปจนถึงการวางแผนการตลาด ส่วนอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจคือทำงานในฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค ใน สคบ. หรือ อย. คอยตรวจสอบฟีดแบคเกี่ยวกับยาจากชาวบ้าน สุ่มตวรจคุณภาพของสินค้าในท้องตลาด แต่ถ้าใครช่างพูด ช่างเจรจา ไม่ชอบทำงานในห้องแล็บ ก็สามารถเป็นผู้แทนยา ช่วยขยายโอกาสในโรงพยาบาลต่างๆ ให้ได้รับยาตัวใหม่ๆ ได้ด้วยนะ 

เรียนหนักแบบนี้ ในคณะมีกิจกรรมอะไรให้เข้าร่วมบ้างไหม

มีกิจกรรมให้ทำแก้เครียดเยอะมากกก ไม่ว่าจะเป็น 

  • ทำสแตนเชียร์ตั้งแต่ปี 1 
  • กิจกรรมรับน้องของปี 2 
  • พิธีผูกเนคไทด์–โบว์โทด์ ที่สร้างความคุ้นเคยระหว่างนักศึกษาปี 1 กับอาจารที่ปรึกษา 
  • ค่ายสานสายใย ค่ายลงชุมชนในต่างจังหวัด ที่จะทำให้ได้ฝึกสกิลการพูดคุยกับชาวบ้านในฐานะเภสัชฯ มากขึ้น 
  • กิจกรรมยาสีฟัน การแข่งกีฬาระหว่าง คณะทันตฯ และเภสัชฯ มหิดล
  • กิจกรรมฟามาโอเกะ กิจกรรมแข่งขันร้องเพลงในคณะ 
  • กิจกรรมรับน้อง 19 มหาลัย ที่มีคณะเภสัชฯ

และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายจริงๆ ที่พูดมาทั้งหมดถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง เท่านั้นนะครับ

ตะลุย 6 แล็บ กับค่าย Open Capsule 1 วันเต็ม

แล็บแรก

แล็บเภสัชอุตสาหการ 

น้องๆ จะได้เรียนการใช้เครื่องมืองทางเภสัชฯ ตั้งแต่ผสมผงยา ประกอบแคปซูลและการตรอกยาเม็ด

แล็บที่ 2 

แล็บจุลชีววิทยา

แล็บนี้ถ้าน้องๆ ไม่ได้มาค่ายนี้ก็จะไม่มีทางรู้เลยว่า การอ่านผลแล็บเค้าทำกันยังไง เชื้อดื้อยา แปลว่าอะไร มีหน้าตาแบบไหน

แล็บที่ 3

แล็บเภสัชการ 

แล็บที่น้องๆ จะได้ของที่ระลึกกลับบ้านกันด้วย นั้นก็คือ “เจลล้างมือ” ที่เป็นผลงานของน้องๆ เองนั่นเอง ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้จากแล็บนี้ก็คือการได้เตรียมยา และสารต่างๆ ว่าเภสัชฯ เขามีวิธีการจัดเตรียมสารด้วยอุปกรณ์อะไรบ้างนะ

แล็บที่ 4

แล็บเคมีวิเคราะห์ 

น้องๆ รู้ไหมว่า ผลไม้ที่เค้าบอกกันว่า วิตามินซีสูงกันเนี่ย มันสูงเท่าไหร่กันนะ แล้วปริมาณเท่าไหร่กันที่เค้าบอกว่าสูง แล็บนี้จะได้วิเคราะห์วิตามินซีด้วยตัวเองว่ามีปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งสิ่งที่น้องๆ จะได้เรียนรู้ก็คือ การได้เข้าใจเรื่องการควบคุมยา ให้มีคุณภาพในทุกๆ กระบวนการผลิตนั้นเอ

แล็บที่ 5

เรียนรู้ ไดโคโตมัสคีย์ (เครื่องมือที่ใช้แบ่งกลุ่มย่อยของสิ่งมีชีวิต) 

สมุนไพรที่ตั้งอยู่ตรงหน้า เราจะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนคือ ฟ้าทะลายโจร น้องๆ จะได้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือ ตรวจสอบ และสกัดพืชนั้นๆ เพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์

แล็บสุดท้าย

 แล็บคลินิก

จ่ายยา จะไปยากอะไร แล็บนี้จะพาน้องๆ ไปรู้ความจริงของหมอยาที่ตู้ยา ว่าจริงๆ แล้วเขามีขั้นตอนมากกว่าที่เราเห็นยังไง เริ่มจาก

  • เช็ก วิเคราะห์ใบสั่งยา ตรวจสอบให้แน่ชัดว่ายาที่คนไข้จะได้รับถูกต้อง ไม่แพ้ 
  • หยิบยา ให้ถูกต้อง บางตัวยามีชื่อที่คล้ายกัน หากคนไข้ได้รับผิดไป อาจมีเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ จึงต้องมีควบคุมการจัดระบบการจัดเก็บตัวยาที่เป็นระเบียบ และถูกต้องเสมอ
  • จ่ายยา เลยเป็นขั้นตอนเดียวที่เราได้เห็นของหน้าที่เภสัชฯ ของโรงพยาบาล 555 ซึ่งจริงๆ แล้วจะเห็นได้ว่ากว่าจะถึงมือคนไข้ ต้องใช้ความรู้เป็นอย่างมากนะครับ อาจารย์ที่คณะจะสอนเสมอว่า “ความไม่รู้ของพวกคุณ คือความเป็น ความตายของผู้ป่วย” ดังนั้นจึงห้ามผิดพลาดเด็ดขาดเลย

ความไม่รู้ของพวกคุณ คือความเป็น ความตายของผู้ป่วย

สิ่งที่ “พี่รุจ” ประทับใจที่สุด

คือ การที่เห็นน้องๆ ที่มาเข้าร่วมค่ายได้รับอะไรบางอย่างกลับไปซึ่งอาจจะทำให้น้องตัดสินใจว่าจะเรียนเภสัชฯ หรือ ไม่ก็ตาม ซึ่งจุดนี้จะเป็นเหตุผลที่ทำให้จัดค่ายขึ้นมา เพราะค่ายต่างๆ ที่แต่ละคณะจัดขึ้น มันจะเป็นการเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้สัมผัส ได้เห็น การเรียนในคณะนั้นๆ เป็นประสบการณ์ที่น้องๆ จะหาไม่ได้จากการเรียนในระดับมัธยม หรือจากที่ไหนๆ

ค่ายที่อาจจะทำให้น้องตัดสินใจว่าจะเรียนเภสัชฯ หรือ ไม่ก็ตาม

“พี่ออม” ณภคดล พัฒนเสรี ชั้นปีที่ 4 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนคณะนี้

ถ้าพูดถึงแพชชั่นในตอนเด็ก พี่ชอบบรรยากาศร้านยา กลิ่นสะอาดๆ ของยา เลยอยากเรียนเภสัชฯ 555 บวกกับเราไม่ชอบผ่าตัด ไม่ชอบทำฟัน เลยรู้สึกว่าเภสัชฯ น่าจะใช่ที่สุด ซึ่งหลังจากที่ได้เข้ามาเรียนก็คิดถูกแล้วนะ มันใช่กับพี่จริงๆ

ไฮไลท์ของค่ายนี้เลย

คิดว่าทุกแล็บในค่ายนี้มีจุดเด่นของตัวเองทั้งนั้นเลย มีไทเทรต (การวิเคราะห์หาความเข้มข้นของสารละลาย) หยิบจับสมุนไพร ทำแอลกอฮอล์เจล อย่างแล็บคลินิกน้องๆ จะได้ลองเป็นเภสัชกรสัมภาษณ์คนไข้ ได้หยิบจับยาของจริง ลองคิดดูว่าสุดยอดแค่ไหน 

อย่างแล็บคลินิกน้องๆ จะได้ลองเป็นเภสัชกรสัมภาษณ์คนไข้ ได้หยิบจับยาของจริง ลองคิดดูว่าสุดยอดแค่ไหน 

เฮดแล็บ รับผิดชอบอะไรบ้าง

เฮดแล็บคลินิกประจำค่ายนี้ครับ ก็จะคอยคิดกิจกรรมในฐานนี้ คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาว่ามันเหมาะมั้ย จัดหน้าที่ให้กับเพื่อนๆ ในฐาน พอวันจริงก็มีหน้าที่จัดการเวลาให้ทันเวลาครับ

สิ่งที่น้องๆ จะได้รับจากค่ายนี้

พี่ออม : อย่างแรกคือความสนุก ความสุข ความทรงจำดีๆ ที่พี่ๆ ตั้งใจออกแบบกิจกรรมมาให้น้องๆ 

พี่รุจ : อย่างที่สอง น้องๆ ที่เข้าร่วมงาน จะได้รับข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ เพื่อให้น้องตัดสินใจได้ว่าจะเข้าเภสัชฯ หรือไม่ ลดการสอบเข้ามาเภสัชฯ แล้วไม่ชอบ แล้วซิ่วไปคณะอื่น แล้วก็หวังว่าจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ มีกำลังในการเตรียมตัวสอบเข้าด้วยครับ

น้องตัดสินใจได้ว่าจะเข้าเภสัชฯ หรือไม่ ลดการสอบเข้ามาเภสัชฯ แล้วไม่ชอบ แล้วซิ่วไปคณะอื่น

ฝากค่ายกันหน่อย จาก “พี่ออม” และ “พี่รุจ”

พี่ออม: สามารถติดตามข่าวสารของค่ายได้ทางเฟซบุ๊กเพจ Open Capsule และทาง Camphub ได้เลยน้าาา

พี่รุจ : และหากมีคำถามเพิ่มเติมอะไรเกี่ยวกับค่ายสามารถทักมาได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ Faculty of Pharmacy, Mahidol University และฝากติดตามเพจ PSAT Open House – เส้นทางฝันสู่รั้วเขียวมะกอก ของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (สนภท.) ด้วยครับ เผื่อมีค่าย หรือ Open House เกี่ยวกับเภสัชฯ จะได้ทราบข่าวกัน แล้วเจอกันปีหน้าน้าาา

ฟังพี่ๆ เล่ามาเยอะแล้ว ลองมาถามน้องๆ ค่ายกันบ้าง

“น้องน้ำเพชร” ธันยพร เหมทานนท์ ชั้น ม.5 สายวิทย์ – คณิต โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่

“น้องบัว” ศศิกานต์ ไพบูลย์ภัทรพงศ์ ชั้น ม.5 เสาย วิทย์ – คณิต โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา

ค่าย 1 วัน ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

น้องบัว : ได้ความรู้ใหม่ๆ เช่น วิธีการทำเจลแอลกอฮอล์ วิธีการพูดซักถามประวัติ อาการของผู้ป่วยเมื่อเราเป็นเภสัชกรในร้านขายยา และได้เพื่อนใหม่ๆ ได้มิตรภาพดีๆ ได้รู้จักกับพี่ค่ายมีความเป็นกันเองมากๆ และได้รู้ว่าเราชอบเรียนเภสัชฯ เราอยากเป็นเภสัชกรจริงๆ ไหม

อะไรที่ประทับใจมากที่สุด

น้องน้ำเพชร : แล็บคลินิกค่ะ สนุกมากๆ เราได้ลองสวมบทบาทเป็นเภสัชกรจริงๆ พี่ๆ เขาจะลิสต์คำถามที่ควรถามกับผู้ป่วยมาให้ แล้วก็จะมีพี่ๆ ในค่่ายมาเล่นเป็นผู้ป่วย พี่ๆ คือตลกมาก 555 ทำให้จากที่เราเกร็งๆ ก็ขำพี่เค้าไปด้วย จนลืมความเกร็งไปเลย อีกอย่างนึงที่ได้ทำในแล็บนี้คือ การตรวจสอบยาต่างๆ ก่อนจะนำไปส่งให้ผู้ป่วย

เภสัชกรไม่ใช่แค่การจ่ายยา แต่เราต้องตรวจสอบทุกอย่างก่อนจะนำยานั้นไปให้แก่ผู้ป่วย ทำให้รู้ว่าเภสัชกรมีความสำคัญมากๆ 

น้องบัว : ประทับใจพี่ค่ายที่คอยดูแลเราดีมากๆ เป็นกันเอง การแสดงก่อนพิธีปิดและก่อนกลับบ้านที่พี่ค่ายลงมาเต้นมันสนุกมากกกก

ค่ายจบแล้ว คิดว่าจะเลือกเรียนต่อในเส้นทางนี้ไหม

น้องน้ำเพชร : คิดว่าคงเลือกเรียนในเส้นทางนี้ เราก็ไม่รู้ว่าเส้นทางนี้จะใช่สำหรับเราไหม แต่ว่าคงจะเป็นเส้นทางที่เหมาะกับเราแล้วเราก็คงทำมันไปได้ตลอด

น้องบัว : หลังจบค่ายทำให้เรารู้สึกว่าชอบมากขึ้นและสนใจที่จะเรียนต่อในเส้นทางนี้มากขึ้น

การมาค่ายเภสัชฯ ทำให้เราได้เจอตัวเอง เราอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ แต่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

สุดท้ายแล้ว ชวนเพื่อนๆ ม.ปลาย เข้าค่ายเภสัชฯ มหิดล รุ่นต่อไป กันหน่อยจ้า

น้องน้ำเพชร : เราอยากให้น้องๆ เพื่อนๆ ในปีหน้า ใครที่กำลังค้นหาตัวเองหรือยังลังเลใจว่าตัวเองจะเหมาะกับเภสัชฯ ไหม จะเรียนหนักไปหรือเปล่า หรือยังลังเลระหว่างเภสัชศาสตร์กับคณะอื่นๆ การมาค่ายเภสัชฯ อาจจะทำให้เราได้เจอตัวเอง เราอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ แต่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองสมัครกันดูนะคะ

น้องบัว : และถ้าใครอยากได้มิตรภาพจาก เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มีแพชชั่นเหมือนเรา อยากได้ความสนุกและความรู้ ให้มาค่ายนี้ค่ะ จากประสบการณ์จริงที่ได้เข้าค่ายนี้ถึงจะเป็นค่ายแค่วันเดียวแต่สนุกมาก และได้ความรู้เพิ่มเยอะจริงๆ ค่ะ ไว้มาเจอกันนะคะ

จากประสบการณ์จริงที่ได้เข้าค่ายนี้ถึงจะเป็นค่ายแค่วันเดียวแต่สนุกมาก และได้ความรู้เพิ่มเยอะจริงๆ

เป็นยังไงกันบ้างงง ขนาดพี่จั๊มพ์ เป็นแค่คนสัมภาษณ์ยังอยากเข้าค่ายเสียเองเลย แต่เสียดาย อายุเกินแล้ว 555 และดูจากการรีวิวของทั้งพี่ในค่าย และน้องๆ ที่ไปเข้าร่วมมา ดูออกเลยว่าสนุกสนานกันมากแค่ไหน

ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วยังลังเลอยู่ว่า คณะเภสัชศาสตร์ จะเหมาะกับเราไหม พี่จั๊มพ์ก็ขอแนะนำอีกเสียงเลยว่า กดติดตามเฟซบุ๊กเพจ Open Capsule และทาง Camphub ไว้ให้ดี ถ้าปีหน้าเริ่มจัดค่ายเมื่อไหร่ จะรีบมาบอกกันเลยน้าาา สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน พบกันใหม่แคมป์รีวิวอีพีหน้าจ้าาา

ติดตามแคมป์ฮับไม่พลาดทุกข่าวค่าย

Line CampHUB

เขียนโดย : พี่จั๊มพ์ แคมป์ฮับ

ขอขอบคุณรูปภาพ : MUPY Photo Club

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

jump (พี่จั๊มพ์)