รีวิวโครงการพาน้องชมสวน ครั้งที่ 12 อีกด้านของสมุนไพรไทยกับสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราช [EP.86]
แคมป์ฮับ รีวิว

รีวิวโครงการพาน้องชมสวน ครั้งที่ 12 อีกด้านของสมุนไพรไทยกับสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราช [EP.86]

ALL ABOUT สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราช

  • ค่าย 1 วันที่จะพาน้องๆ ชมสวนสมุนไพรไทย มีกิจกรรมฐานสนุกๆ ตั้งแต่การเรียนรู้ขั้นตอนปรุงยาแผนโบราณ วิธีการทำยาในโรงงานอุตสาหกรรม ไปจนถึงการลงมือทำยาดมที่ออกแบบสูตรและกลิ่นได้ด้วยตัวเอง
  • แพทย์แผนไทยไม่ได้เรียนแค่การนวด เป็นผสมผสานของศาสตร์ทั้ง 4 ได้แก่ เวชกรรม หัตถเวชกรรม เภสัชกรรม และการผดุงครรภ์
  • แพทย์แผนไทยปรุงยาเป็นตำรับเฉพาะสำหรับคนไข้แต่ละคน ทุกคนมีขนาดร่างกาย อาการของโรค ชีพจร และธาตุไฟในตัวที่แตกต่างกัน จึงต้องปรับเปลี่ยนสูตรให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน

สวัสดีจ้าน้องๆ ทุกคน แคมป์ฮับรีวิวกลับมาอีกครั้ง! แต่วันนี้พิเศษสุดๆ เพราะ “พี่เจมส์” จะพาน้องๆ ไปเปิดโลกแห่งพืชพรรณรอบตัว ทำความรู้จักกับสมุนไพรกันผ่านโครงการพาน้องชมสวน ครั้งที่ 12 ซึ่งจัดโดยพี่ๆ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดค่ายไปวันที่ 18 มกราคม 2563 นี้เอง บอกเลยว่าน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหาศาสตร์การแพทย์ที่ใช้การรักษาจากการมองเห็นสรรพคุณของสิ่งรอบตัวอย่างพืชสมุนไพรล่ะก็ พลาดไม่ได้เลย!

ยินดีต้อนรับสู่แพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราชกับ “พี่ฟรองซ์” ประธานโครงการ

พี่ฟรองซ์ – ประธานโครงการ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์

สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราช เรียนเกี่ยวกับอะไร

แม้จากชื่อแพทย์แผนไทยจะดูเหมือนแพทย์แผนโบราณ แต่จริงๆ เราเรียนแบบผสมผสานทั้งแพทย์แผนไทยและแพทย์ในแผนปัจจุบัน ในส่วนการแพทย์แผนปัจจุบันจะเป็นสิ่งที่ช่วยพิสูจน์ว่า ภูมิปัญญาไทย สมุนไพรไทย หรือวิธีการรักษาของแพทย์แผนโบราณนั้นสามารถนำมาใช้ในการรักษาได้จริง ไม่ใช่แค่การสืบทอดกันมาโดยไม่มีที่มาและข้อพิสูจน์ครับ

ในการแพทย์แผนไทยก็ไม่ได้มีเพียงแค่การปรุงยาเพียงอย่างเดียว บางคนก็อาจนึกถึงแค่การนวด แต่ที่จริงๆ เราเรียนทั้งการนวดหัตถการ การปรุงยาสมุนไพร และการทำเวชปฎิบัติแบบแพทย์แผนปัจจุบัน เพียงแต่ว่าองค์ความรู้เป็นแบบแพทย์แผนไทย และนำเอาความรู้แพทย์แผนปัจจุบันมาสนับสนุนให้ความรู้แพทย์แผนไทยกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น

นำเอาความรู้แพทย์แผนปัจจุบันมาสนับสนุนให้ความรู้แพทย์แผนไทยกระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น

การแพทย์แผนไทย การผสมผสานหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน

การแพทย์แผนไทยเป็นการผสมผสานวิชาหลายหลายแขนงเข้าด้วยกันครับ โดยสามารถแบ่งได้เป็น เวชกรรม หัตถเวชกรรม เภสัชกรรม และผดุงครรภ์

  • เวชกรรม เรียนเกี่ยวกับทฤษฎีธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ความสัมพันธ์ของการเจ็บป่วยจากสาเหตุต่างๆ ว่ามีที่มาจากอะไร ไม่ว่าจะเป็น ถิ่นที่อยู่อาศัย ระยะเวลา จักรราศี หรือเรื่องอื่นๆ ที่มีอิทธิพล
  • หัตถเวชกรรม เรียนเกี่ยวกับการใช้หัตถการบำบัด อย่างที่ศิริราชจะเรียนการนวดไทยราชสำนัก
  • เภสัชกรรม วิชาเกี่ยวกับการปรุงยา พืชและสมุนไพรต่างๆ รวมไปถึงการปรุงยาจากธาตุที่มาจากสัตว์และธรรมชาติ ยาที่มีลักษณะเป็นตำรับ หรือยาสมัยใหม่ชนิดแคปซูล
  • ผดุงครรภ์ เรียนการดูแลแบบแผนไทย มีการได้ขึ้นไปดูผู้ป่วยที่เป็นแม่หลังคลอดเช่นเดียวกับแพทย์แผนปัจจุบันด้วย

แต่ละปีเรียนอะไรบ้าง

  • ปี 1 เรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ หรือแบบวิชาคำนวนอย่างสถิติก็มี
  • ปี 2 เริ่มเรียนในศาสตร์การแพทย์แผนไทย ทั้งเวชกรรมแผนไทย หัตถเวชกรรมแผนไทย และเภสัชกรรมแผนไทย ซึ่งเราก็มีการเรียนเนื้อหาแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กันไปด้วย เช่น กายวิภาคศาสตร์ พฤษศาสตร์และสรีรวิทยา แม้จะไม่ได้เรียนลึกเท่าคณะแพทย์ แต่ก็ต้องรู้ครอบคลุมทุกเนื้อหา
  • ปี 3 เริ่มเรียนเรื่องการตรวจร่างกาย เริ่มประยุกต์วิชาต่างๆ ที่เราเรียนมาตั้งแต่ปี 2 ถึงปี 3 นี้มาใช้จริงๆ กับผู้ป่วย
  • ปี 4 มีการเรียนการผดุงครรภ์เพิ่มขึ้น และจะเป็นช่วงที่เราได้ปฏิบัติงานรักษาผู้ป่วยกันจริงๆ มีการออกต่างจังหวัดไปฝึกงานกันด้วย

เสน่ห์ของการเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์

แพทย์แผนไทยเป็นศาสตร์ที่อาจจะหายไปนาน ทำให้บางครั้งยากในการตีความ แต่เป็นความสนุกที่เราจะได้พัฒนาค้นคว้าหาความรู้จากตำราเก่าๆ อยู่ตลอดครับ

อย่างในการปรุงยา เราจะปรุงยาเป็นตำรับที่มีองค์ประกอบหลายหลาย และจะมีความเหมาะสมแก่คนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องปรับแต่งยาตามลักษณะคนไข้แต่ละคนโดยเฉพาะผ่านการจับชีพจร ดูขนาดรูปร่าง หรือดูว่าธาตุไฟเขาเป็นอย่างไร ต้องประมวลเอาความรู้ที่เราเรียนทั้ง 4 ปีเพื่อแต่งยาให้คนไข้แต่ละรายนั่นเอง

แพทย์แผนไทยต้องประมวลเอาความรู้ที่เรียนทั้ง 4 ปี เพื่อปรุงยาให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

รีวิวโครงการพาน้องชมสวน ครั้งที่ 12

ช่วงเช้า

กิจกรรมพาน้องชมสวนสมุนไพร

มาถึงก็สร้างความสนิทสนมผ่านเกมละลายพฤติกรรม จากนั้นก็พาน้องชมสวนกันเลย! น้องๆ จะได้เดินชมสวนสมุนไพร 72 พรรษาพร้อมกับการให้ความรู้จากพี่ๆ มีโอกาสที่น้องๆ จะได้ลองชิมสมุนไพรที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนด้วย เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่เห็นแต่ได้กินจนจำขึ้นใจไปเลย

ช่วงสาย

กิจกรรมทายพืชและสมุนไพร ให้น้องๆ ได้ลองทดสอบความรู้ความจำกันว่า พืชสมุนไพรที่น้องๆ ได้ไปดูมายังจำกันได้อยู่หรือเปล่า

ช่วงบ่าย

กิจกรรมฐานทั้ง 3 อัพความเข้าใจในศาสตร์การปรุงยาสมุนไพร!

ฐานการปรุงยาโบราณ จะให้น้องๆ ได้เห็นตั้งแต่วิธีการปรุงยาในสมัยโบราณว่าเป็นยังไง จะเห็นอุปกรณ์มากมายอย่างเครื่องพิมพ์มือทองเหลือง เครื่องบดยา หรือหินบดยา

ฐานโรงงานยาสมัยใหม่ พาน้องไปเห็นถึงวิธีการทำยาในสมัยใหม่ ว่ายาที่ทำจากโรงงานซึ่งได้มาตรฐานการรับรองต่างๆ จนสามารถส่งขายไปในต่างประเทศได้นั้นมีกระบวนการทำในอุตสาหกรรมอย่างไร

ฐานทำยาดม กิจกรรมที่ให้น้องๆ ได้ทำยาดมตามสูตรและกลิ่นที่น้องๆ ชอบ ไม่ว่าจะกลิ่นมะกรูด ชะรูด หรือจันทร์เทศตามที่น้องๆ ต้องการ แต่ละกลิ่นจะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันตามที่น้องๆ อยากจะให้มี และได้ยาดมฝีมือตัวเองนี้เป็นของฝากกลับบ้านไปด้วย!

รู้จักค่าย ผ่านมุมมองพี่ค่าย “พี่ไอซ์”

พี่ไอซ์ – นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ รับผิดชอบกิจกรรมละลายพฤติกรรม

รับผิดชอบส่วนไหนในค่าย

รับผิดชอบกิจกรรม Ice breaking ครับ น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการจะมาจากต่างที่ ต่างโรงเรียน พอต่างคนมาเจอหน้าคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนก็จะรู้สึกเกร็งบ้าง กิจกรรม Ice breaking หรือเกมต่างๆ ก็จะช่วยละลายพฤติกรรมของน้องๆ ที่เขินอยู่และทำให้มีความกล้าในการทำกิจกรรมมากขึ้นได้

ประทับใจอะไรที่สุดในค่ายครั้งนี้

ในช่วงที่พาน้องไปชมสวน รู้สึกประทับใจในความตั้งใจของน้องๆ ที่มีความสนใจในเรื่องของสมุนไพรต่างๆ หรือเวลามีกิจกรรมน้องๆ ก็จะให้ความสนใจเป็นพิเศษเลยครับ

อะไรเป็นเหตุผลที่ “พี่ไอซ์” ตัดสินใจเลือกเรียนคณะนี้

ในตอนนั้นสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนัก พอหาข้อมูลดูพบว่าที่นี่มีเอกลักษณ์มาก สมุนไพรเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราและเราสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ อีกอย่างผมชอบในการรักษาและอยากช่วยเหลือคนอื่น การมีความรู้ในสาขานี้เราอาจจะไม่ต้องใช้สารเคมีในการรักษา แต่สามารถหยิบจับสิ่งรอบตัวอย่างสมุนไพรมาใช้เป็นยาได้

การมีความรู้ในสาขานี้เราอาจจะไม่ต้องใช้สารเคมีในการรักษา แต่สามารถหยิบจับสิ่งรอบตัวอย่างสมุนไพรมาใช้เป็นยาได้

ความยากและความสนุกในการเรียนการแพทย์แผนไทยประยุกต์

ความยาก น่าจะเป็นการที่เราต้องเรียนทั้งความรู้ในแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กันไปด้วย ทำให้เนื้อหาในการเรียนจะค่อนข้างเยอะครับ อาจต้องค่อยๆ ปรับตัวกับความกดดันและระยะเวลาช่วงเริ่มต้นใหม่ๆ

ความสนุก สำหรับผมการที่ได้อยู่กับคนไข้เป็นอะไรที่สนุกมาก เอกลักษณ์ของแพทย์แผนไทยคือการรักษาผู้ป่วยแบบองค์รวม หากเป็นแพทย์จะใช้เวลาในห้องตรวจกับผู้ป่วยไม่นาน แพทย์แผนไทยจะสามารถพูดคุยกับผู้ป่วยระหว่างการทำหัตถการได้ อย่างเวลาเรานวดคนไข้เราจะสามารถพูดคุยสอบถามเขาได้ หากเขารู้สึกผ่อนคลายก็จะมีโอกาสที่เขาจะเล่าเรื่องราวของตนเองที่สะท้อนถึงที่มาและสาเหตุของอาการบาดเจ็บหลุดมาโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวได้

หากคนไข้ผ่อนคลายก็มีโอกาสที่เขาจะเล่าเรื่องราวของตนเองที่สะท้อนถึงที่มาและสาเหตุของอาการบาดเจ็บโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัว

สวนสมุนไพร อีกหนึ่งห้องทำงานของแพทย์แผนไทย

สวนสมุนไพรมีความสำคัญมากครับพทย์แผนไทยสามารถนำเอาองค์ความรู้ในเรื่องของพืชสมุนไพรที่ได้เรียนหรือเห็นตัวอย่างในสวนสมุนไพรแห่งนี้ไปใช้งานต่อได้ ไม่ว่าจะในเรื่องของการทำยาต้ม ยาตำรับเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ป่วย หรืออย่างในช่วงเหตุการณ์โควิด-19 นี้ก็มีการบอกกันปากต่อปากว่า ฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาให้หายจากเชื้อโควิด-19 ได้ แพทย์แผนไทยที่มีองค์ความรู้ด้านสมุนไพรก็จะเป็นผู้ที่สามารถไขข้อข้องใจนี้ได้

อยากฝากอะไรถึงน้องๆ ที่สนใจสาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราชอยู่

ถ้าน้องๆ คนไหนสนใจสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศิริราชของเรา สามารถมาได้เลยครับ พวกเราทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง และคณาจารย์ยินดีต้อนรับน้องๆ เสมอ ถ้าน้องๆ คนไหนมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามได้ที่เพจสโมสรนักศึกษาแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช จะมีการให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการเข้าศึกษาต่อ รวมไปถึงรายละเอียดการเรียน อีกอย่างครับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลกำลังจะมีการจัดกิจกรรม OPENHOUSE ที่จะมอบความรู้และความสนุกให้แก่น้องๆ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 นี้ผ่านระบบ Online อีกด้วย (เปิดลงทะเบียนตั้งแต่ 9 ตุลาคม – 12 พฤศจิกายน 2563) น้องๆ สามารถลงทะเบียนหรือดูรายละเอียดได้ที่เพจ Siriraj Open House 2020 : Train to Siriraj

และอยากเชิญชวนน้องๆ ให้มาสนใจในเรื่องของสมุนไพร และอนุรักษ์องค์ความรู้ในเรื่องของแพทย์แผนไทยที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการรักษากลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุในอนาคตข้างหน้าอีกด้วยครับ

มาฟังเรื่องเล่าจากน้องค่ายกันบ้าง

น้องลูกแก้ว – นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์

อะไรที่ทำให้ “น้องลูกแก้ว” อยากมาค่ายนี้

หนูมีความชอบและอยากจะศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรอยู่แล้ว ใครๆ ก็คิดว่าสมุนไพรเป็นพืชพื้นบ้านทั่วไป แต่พอได้เรียนรู้จริงๆ จะพบว่ามันน่าค้นหาและมีคุณค่าเกินกว่าที่หลายคนคิด จากเดิมที่เราพอจะรู้บ้างว่าพืชแต่ละอย่างทำอะไรได้ แต่พอเห็นของจริงจะรู้สึกตื่นเต้นว่าสิ่งที่เราเคยรู้มามันถูกหรือมันจะผิด

พอเห็นของจริงจะรู้สึกตื่นเต้นว่าสิ่งที่เราเคยรู้มานั้นถูกหรือผิด

มาค่าย 1 วัน ได้อะไรกลับไปบ้าง

  • ได้ที่ปรึกษาใหม่ ทั้งจากรุ่นพี่และอาจารย์สาขาแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่คอยตอบคำถามเรื่องที่หนูสงสัยอย่างการเข้ามาเรียนที่นี่ วิธีการเรียน หรือแนวทางการทำงานในอนาคต
  • ได้เพื่อน ที่มีจุดมุ่งหมายคล้ายๆ กัน สามารถพูดคุยกับเพื่อนๆ ได้เพราะเขากำลังอยู่ในช่วงเดียวกับเรา
  • ได้เปิดมุมมองใหม่ การเจอกับเพื่อนๆ ที่มาจากต่างที่ ต่างโรงเรียนทำให้หนูได้เรียนรู้ว่าการทำงานร่วมกับผู้อื่นควรจะปรับตัวยังไงบ้าง
  • ได้ต้นสมุนไพร ใช่แล้ว! ทุกคนจะได้ต้นสมุนไพรจริงๆ กลับไปด้วย เซอร์ไพรซ์มากค่ะ

กิจกรรมที่ “น้องลูกแก้ว” คิดว่าเด็ดที่สุด!

กิจกรรมฐานทำยาดมค่ะ เขาจะให้เราเลือกสมุนไพร มาใส่ขวด ใส่น้ำมันหอมระเหย ปรุงเป็นยาดมในสูตรของหนูเอง ฐานนี้หนูไปเล่นมุกถามสรรพคุณของวัตถุดิบจากพี่ๆ กับอาจารย์ค่ะ เลยกลายเป็นว่าสนิทกันซะอย่างนั้น

อีกกิจกรรมที่ประทับใจคือกิจกรรมพาชมสวน ระหว่างเดินชมสวนแล้วพบกับสมุนไพรต่างๆ พี่ๆ ก็จะให้โอกาสเราลองชิมพืชทุกชนิดที่กินได้เลย ได้อารมณ์เหมือนเป็นหนูทดลอง สนุกดีค่ะ ฮ่าๆๆ

ประทับใจอะไรในค่ายนี้ที่สุด

ประทับใจความใส่ใจของพี่ๆ และอาจารย์ค่ะ พี่ๆ ที่นี่เทคแคร์น้องๆ ทุกคนดีมาก ดูแลและใส่ใจน้องๆ ทุกคนอย่างทั่วถึง บางทีเพื่อนๆ เดินไปฐานอื่นกันแล้วแต่ถ้าเรายังสงสัยอะไรอยู่ก็สามารถหยุดถามพี่ๆ ได้ตลอดเวลา อาจารย์ก็เป็นคนน่ารัก ไม่ถือตัวมากเกินไปค่ะ ทำให้เรากล้าที่จะเปิดใจคุยทั้งกับพี่ๆ และอาจารย์เลย

หลังจบค่ายแล้ว คิดว่ามองเห็นตัวเราในอนาคตชัดเจนขึ้นไหม

หนูคิดว่าหนูเห็นตัวเองชัดขึ้น อนาคตหนูอาจจะไม่ได้ทำงานเป็นแพทย์แผนไทย แต่ก็อยากจะทำงานที่เกี่ยวกับสมุนไพร หนูอยากมีธุรกิจเกี่ยวกับสมุนไพรหรือยาแผนโบราณเป็นอาชีพเสริมจากความชอบของหนูเอง พอได้ไปค่ายทำให้หนูรู้เลยว่า ใจจริงแล้วหนูอยากจะอยู่กับสมุนไพร

ก่อนจากไป ชวนเพื่อนๆ ม.ปลาย มาค่ายพาชมสวนฯ ครั้งหน้ากันหน่อย!

อยากให้เพื่อนๆ ลองเปิดใจกับสมุนไพรไทย ลองศึกษาดูก่อนได้ว่ามีอะไรที่เรารู้ หรืออะไรที่เรารู้ไม่สุด มันอาจจะมีสิ่งที่เราคาดไม่ถึงซ่อนอยู่ เวลาป่วยเราอาจจะไม่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลหรือทานยา แต่อาจหยิบเอาสิ่งใกล้ตัวที่มีประโยชน์อย่างสมุนไพรที่มีสรรพคุณแตกต่างกันได้ อาจจะยังไม่ได้หาความฝันตัวเองเจอ แต่ยังไงก็จะได้ความรู้และมิตรภาพกลับมาแน่นอน

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับการไปเที่ยวชมสวนสมุนไพรในครั้งนี้ ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกสาขาวิชาที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียวว่าจะหยิบเอาพืชพรรณรอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ถึงขนาดนี้ น้องๆ คนไหนที่สนใจอยากจะมาโครงการพาน้องชมสวนในครั้งหน้า ก็อย่าลืมกดติดตามเพจสโมสรนักศึกษาแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช และ CAMPHUB ไว้ด้วยน้า จะได้ไม่พลาดข่าวสารคราวหน้า วันนี้ “พี่เจมส์” ต้องขอตัวลาน้องๆ ไปดูต้นไม้แถวบ้านหน่อยซะแล้ว เผื่อว่าจะเป็นพืชสมุนไพรบ้าง ไว้เจอกันใหม่อีพีหน้า บ๊ายบายเน้อออ

ติดตามแคมป์ฮับไม่พลาดทุกข่าวค่าย

Line CampHUB

เขียนโดย : พี่เจมส์ แคมป์ฮับ
ขอบคุณรูปภาพจาก : สโมสรนักศึกษาแพทย์แผนไทยประยุกต์ศิริราช

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

Sorrawich Srisupasitanon