CAMPHUB review

รีวิวค่าย BIR The Future เตรียมความพร้อมสู่คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ [EP.87]

ALL ABOUT BIR The Future 

  • ค่ายแนะแนวที่จะพาน้องๆ มาเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้าโครงการหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการเมืองและการระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ (BIR) คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
  • ค่ายนี้ไม่ได้มีแค่ติวสอบนะ แต่ยังมีการทดลองทำกิจกรรมเสมือนจริง เพื่อให้น้องๆ ได้สัมผัสกับความรู้เบื้องต้นทางรัฐศาสตร์อย่างเน้นๆ
  • เต็มอิ่มกับกิจกรรมสนุกๆ ทั้ง 2 วัน ทั้งวิชาการและสันทนาการ ตั้งแต่สอนวิชาอ่านเขียน ไปจนถึงการถกเถียง (Debate) ประเด็นทางการเมือง
สวัสดีจ้าน้องๆ ทุกคน ในช่วงที่การเมืองไทยร้อนระอุแบบนี้ แน่นอนว่าน้องๆ หลายคนคงเริ่มใฝ่ฝันอยากเป็นนักรัฐศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตของเราเองใช่มั้ยล่ะ! วันนี้ “พี่นะเอย” จะพาน้องๆ มาสำรวจค่าย BIR The Future ซึ่งเป็นค่ายเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบเข้าคณะรัฐศาสตร์ การเมืองและการระหว่างประเทศ (ภาคภาษาอังกฤษ) ม.ธรรมศาสตร์นั่นเองจ้า บอกเลยว่าค่ายนี้ไม่ได้มีแค่การติวสอบเชิงวิชาการอย่างที่คิด แต่ยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย แถมแต่ละกิจกรรมนั้นแสนจะการเมื้องงงงการเมือง ถ้าอยากรู้แล้วว่าค่ายนี้เป็นยังไง ไปชมกันเลย!

มาทำความรู้จักคณะ BIR กับ “พี่นก” พี่ค่ายของเรา

พี่นก – นวรัตน์ พี่ค่าย BIR The Future

“BIR” หรือ “คณะรัฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มธ. ท่าพระจันทร์” เรียนเกี่ยวกับอะไร

BIR หรือที่ทุกคนรู้จักกันว่า คณะรัฐศาสตร์ตรงท่าพระจันทร์ ค่อนข้างจะเรียนครอบคลุมหลายสาขาเลยค่ะ แต่จะโฟกัสอยู่ที่การระหว่างประเทศเป็นหลัก

  • ปี 1 จะเป็นวิชาพื้นฐานทั่วไป เช่น รัฐศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์เบื้องต้น ซึ่งช่วยปูพื้นฐานการเข้าสู่เนื้อหาหลักที่เข้มข้น มีทั้งประวัติศาสตร์และทฤษฎี เรียนผสมกับตัววิชาของมหาวิทยาลัย หรือเรียกกันว่า วิชารหัส TU
  • ปี 2 จะเริ่มเรียนลึกขึ้น เช่น กฎหมายระหว่างประเทศ การเมืองไทย บริหารรัฐกิจ ปรัชญา รวมถึงวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาค ตัววิชาค่อนข้างน่าสนใจมากๆ เช่นในวิชาภาษาอังกฤษ สำหรับการเรียนรัฐศาสตร์เราจะมีดีเบต (การถกเถียงหรือโต้วาที) กันทุกคลาส แต่รัฐศาตร์สาขานี้จะแตกต่างกับฝั่งรังสิตตรงที่ เราจะเลือกลงรายวิชาแบบรังสิตไม่ได้ใน 2 ปีแรก วิชาเสรีของคณะอื่นก็เลือกข้ามไปเรียนไม่ได้เช่นกัน
  • ปี 3 และปี 4 เราจะได้เลือกไมเนอร์ (วิชาโท) ย่อยจากตัวเมเจอร์ (วิชาเอก) ตอนปี 3 โดยมีสามสาขาย่อยคือ Public Administration, International Political Economy, และ Governance ค่ะ ทั้งสามสาขาก็จะโฟกัสต่างกันไปและสามารถเลือกอิเลคทีฟ คอร์ส (Elective Course) ข้ามไมเนอร์ของตัวเองได้ค่ะ

กิจกรรมต่างๆ ในค่าย BIR มีทั้งความสนุก และมีทั้งด้านที่สะท้อนความเป็นคณะรัฐศาสตร์ การเมืองและการระหว่างประเทศ

แรกเราพบกัน เราพบกัน เราพบกัน~ กิจกรรมวันแรก เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

ค่าย BIR The Future หรือส่วนมากทุกคนจะรู้ว่าเป็นค่ายติวของคณะอินเตอร์เนี่ย อาจจะฟังดูน่าเบื่อว่า ‘มีแต่ติว เหรอ?’ แต่จริงๆ มีกิจกรรมและสันทนาการให้ทุกคนได้รู้จักกันผ่านกิจกรรมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองด้วยค่ะ อย่างแรก ขอออกตัวก่อนว่าด้วยความที่เราเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ คุมตั้งแต่กระบวนการทำหนังสือ คัดใบสมัคร ตรวจข้อสอบ ประเมินคนสอน ต้องบอกเลยว่า ทุกคนตั้งใจเตรียมตัวเราคัดเลือกกันมาอย่างดุเดือดมากๆ เนื้อหาในหนังสือเราจะพยายามอัปเดตข่าว ตรวจเช็คข้อมูลตลอดเพื่อให้น้องๆ หรือคนที่สนใจซื้อหนังสือไปนั้นได้ใช้จริง กิจกรรมภายในจะมีการติวโดยตั้งเพื่อนๆ ฝ่ายติวขึ้นมา มีการคัดคน จำลองการสอน เช่น ใช้วิธีตั้งคำถามอย่างกะทันหันเพื่อให้เพื่อนที่สอนตอบก่อน ทางเราก็จะเลือกคนที่ดีที่สุดขึ้นมาสอนน้องๆ โดยเนื้อหาจะเน้นที่เป็นพื้นฐานและไม่ใช่แค่สอบเข้าแต่ให้น้องได้ใช้ต่อยอดในการเรียนต่อในคลาสได้ค่ะ แถมเรายังมีวิชาอ่านเขียน ช่วยสอนน้องๆ จับหัวข้อการเขียนให้ครอบคลุมกับข้อเขียนด้วยค่ะ

นอกจากกิจกรรมติวในค่ายแล้วเรายังมีฐานกิจกรรมสันทนาการสลับช่วงให้น้องๆ ได้รู้จักเพื่อนๆ ในค่ายซึ่งหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจมากๆ คือ กิจกรรม Political Spectrum ที่เราจะลองให้น้องๆ เลือกข้างเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยจากโจทย์ ยกตัวอย่างเช่น ในการเลือกตั้งควรกำหนดให้ผู้ที่มีสัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ และมีการศึกษาระดับปริญญาตรีเท่านั้นที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง ใครเห็นด้วยให้ไปยืนทางซ้าย ใครไม่เห็นด้วยไปยืนทางขวา จากนั้นจะมีคนจากทั้งสองฝั่งออกมาดีเบตความคิดเห็น ข้อเท็จจริงที่สนับสนุนความคิดตนเองค่ะ โดยกิจกรรมนี้ค่อนข้างสนับสนุนให้น้องๆ ได้มีพื้นที่แสดงออกทางความคิดก่อนเข้าไปดีเบตจริงในคลาสค่ะ 

เนื้อหาที่ติว ไม่ใช่แค่เพื่อสอบเข้า แต่เพื่อให้น้องๆ ได้ใช้ต่อยอดในการเรียนต่อได้

ติวสอบ เรียนรู้เนื้อหาที่สำคัญ… กิจกรรมในมุมที่จริงจังก็มีนะเออ

ฟีดแบคที่ “พี่นก” ได้รับจากน้องๆ ในค่าย และโมเมนต์ประทับใจที่เกิดขึ้น

ต้องบอกเลยว่าแอบประทับใจค่ะ ฮ่าๆๆ ด้วยความที่เราเป็นหัวหน้า เราเลยเป็นคนคุมอยู่เบื้องหลัง แอบดูเพื่อนๆ สอนน้องและตอนน้องทำกิจกรรม ภาคภูมิใจมากๆ ที่เห็นน้องๆ สนใจและตั้งใจเรียน สิ่งที่เราและเพื่อนๆ ใส่ทั้งกำลังแรงและใจมาหลายวัน ช่วงเวลาทั้งเรียนทั้งกิจกรรมมีน้องๆ คอยยกมือคอยแสดงความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมตลอด พอเล่นฐานกิจกรรม หรือเต้นสันทนาการน้องๆ ก็ปลดปล่อยเต็มที่ ตอนดีเบตน้องก็ใส่กันเต็มเหนี่ยว จนถึงตอนกลับบ้านน้องๆ ก็คอยโบกมือบ๊ายบายกันตั้งแต่คนแรกจนถึงคนสุดท้าย แถมมีน้องแอบเดินมาบอกว่า ‘พี่คะ ค่ายดีมากๆ เลย อยากมาอีก’ ‘พี่คะ ไว้เจอกันที่คณะนะคะ’ มีการส่งฟีดแบคกลับมาว่า ‘สอนดีวิชาการแน่นมากครับ’ ‘ภาพรวมค่ายไม่น่าเบื่อเลย’ เราที่เป็นหนึ่งในเบื้องหลังงานก็แทบน้ำตาซึมเลยค่ะ ฮ่าๆๆ

คุยกับน้องค่ายกันบ้าง “น้องมีนนี่” และ “น้องบุ๊ง”

น้องมีนนี่ – นรวิชญ์

น้องบุ๊ง – จารุกิตติ์

สิ่งที่ทำให้น้องๆ ตัดสินใจเข้าค่าย BIR The Future คืออะไร

น้องมีนนี่ : เป็นความลังเลของตัวเองก่อนว่า อยากเข้าอะไร เเละอยากลองดูรัฐศาสตร์ว่าเหมาะกับเราหรือเปล่า เเละอยากหาประสบการณ์จากค่ายบ้าง บวกกับความโชคดีที่ตอนสมัครเขาจะมีถามคำถาม เเล้วเราผ่านด้วย ฮ่าๆๆ
น้องบุ๊ง : ด้วยตัวผมสนใจในคณะนี้ด้วยมั้งครับเลยอยากลองมาดูว่าเป็นยังไง จริงๆ แล้วผมอะอยากเข้านิติศาสตร์ แต่รัฐศาสตร์ก็เป็นคณะที่ผมสนใจเหมือนกัน ผมเลยลองสมัครค่ายไปดูเผื่อว่าสิ่งที่สอนในคณะรัฐศาสตร์จะน่าสนใจกว่านิติศาสตร์ครับ

กิจกรรมในค่าย BIR The Future ที่ชอบมากที่สุด

น้องมีนนี่ : ชอบกิจกรรม Political Spectrum มากกก เป็นกิจกรรมที่ ทางรุ่นพี่จะให้โจทย์ เเล้วให้เราเลือกว่า เราจะอยู่ฝั่งไหน เช่น คำถามเเบบ ‘คุณเห็นด้วยกับการสมรสเท่าเทียมกันไหม (คำถามสมมุติ)’ เเล้วก็ให้เราเลือกว่าอยู่ฝั่งไหน มีทั้ง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย กลาง เเล้วมานั่งดิสคัส (อภิปราย) ในความคิดของเเต่ละฝ่ายโดยจะมีตัวเเทนกลุ่มออกมานำเสนอในฝั่งนั้นๆ ทำให้ สำหรับตัวเองได้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเเต่ละคนด้วยว่า เเต่ละคนคิดอย่างไรกับคำถามนี้

น้องบุ๊ง : ผมชอบตอนทำกิจกรรมฐานครับ ที่ให้ร้องเพลงเป็นคำคำเดียว มันตลกดี ฮ่าๆๆ ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าให้ร้องเพลงคุกเข่า แต่แบบใช้คำว่า ‘อา’ แทนเนื้อร้องอะครับ

กิจกรรม Political Spectrum ที่รุ่นพี่ได้ตั้งประเด็นคำถามให้เราอภิปรายความคิดของตนเอง ทำให้เราได้เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของแต่ละคนว่าคิดอย่างไร

น้องๆ ในค่ายต่างมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

โมเมนต์ในค่าย BIR The Future ที่เราประทับใจเป็นพิเศษ

น้องมีนนี่ : ความสนุกสนาน ทั้งกิจกรรมนันทนาการ รหัสลับในค่ายที่เเบบยูนีค (Unique) มาก คำว่า ‘อย่างจูน’ (ถ้าอยากรู้ ลองมาค่ายค่ะ ฮ่าๆๆๆ) การเล่นฐานต่างๆ ส่วนด้านวิชาการ ที่อัดมานั้น เอาง่ายๆ พร้อมสอบเข้าคณะมาก ฮ่าๆๆ เเละถือเป็นการจำลองเนื้อหาที่เราจะได้เรียนหากเข้าคณะนี้ด้วย ด้านรุ่นพี่ เทคเเคร์มากกก น้ำหมด ก็ไปเอาน้ำให้ เติมขนมไม่หยุด เเละ เอาใจใส่ มีกรุ๊ปไลน์กัน มีปัญหาอะไรเเจ้งพี่ได้ เฟรนด์ลี่ ครึกครื้นมากกก (คนที่เข้ามาในค่ายนี้จะเเบ่งเเยกเป็นไลน์ต่างๆ เเล้วจะมีรุ่นพี่เทคเเคร์เรา 2 คนต่อ 1 ไลน์) 

น้องบุ๊ง : ผมชอบตอนสุดท้ายที่พี่มาล้อมรอบแล้วร้องเพลงครับ รู้สึกว่าพี่เขาใส่ใจเรามากครับ

พี่ค่าย-น้องค่าย ทั้งใส่ใจและใส่เต็ม คอนเฟิร์ม!

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากค่าย BIR The Future

น้องมีนนี่ : ได้เรียนรู้ว่า ตัวเองเหมาะกับการเรียนคณะนี้ และคณะนี้เหมาะกับการเรียนต่อของเราหรือเปล่า รวมถึงได้ประสบการณ์ดีๆ ทั้งเพื่อนใหม่ๆ ที่ได้เจอ หรือ พี่ไลน์ที่ดูเเลอย่างดีด้วยค่ะ

น้องบุ๊ง : ได้เรียนรู้เยอะเลยนะครับ ได้ทั้งความรู้ด้านรัฐศาสตร์ อย่างเช่น การปกครอง ประวัติศาสตร์ต่างๆ และได้รู้ว่าจะเจอพี่ๆ แบบไหนด้วยครับ

การเข้าค่ายเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเข้าคณะในฝัน มีความสำคัญต่อเด็ก ม.ปลาย มากน้อยแค่ไหน

น้องมีนนี่ : ส่วนตัวเราว่ามีความสำคัญมาก เพราะเราจะได้รู้ว่า ถ้าอยากเข้าคณะนี้เราควรจะเตรียมตัวในด้านอะไร เเละเป็นการบ่งบอกว่า เราเหมาะกับคณะนี้หรือเปล่า 

น้องบุ๊ง : สำหรับผม ผมรู้สึกว่าน่าจะไปค่ายครับ เพราะเราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เรียนเป็นยังไงแล้วเราชอบมั้ย

พี่ๆ พร้อมที่จะแนะนำและแลกเปลี่ยนความรู้กับน้องๆ เสมอนะ

อยากฝากอะไรถึงน้องๆ หรือเพื่อนๆ ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่

น้องมีนนี่ : สู้ๆ คร้าาาา เตรียมตัวสอบ เอาให้สุดค่ะ หวังคณะอะไรขอให้เข้าได้เเบบคะเเนนปังๆ ค่ะ ฮ่าๆๆ

น้องบุ๊ง : ฝากถึงน้องๆ ที่จะมาค่ายนะครับ ขอให้น้องสนุกไปกับกิจกรรมค่ายและได้เรียนความรู้ด้านต่างๆ ไปด้วยกันครับ

นอกจากนี้ เรายังได้คุยกับ “พี่เก็ท” ประธานค่ายผู้เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของค่ายนี้อีกด้วย มาฟังความรู้สึกของเขากัน

BIR The Future ในมุมมองของประธานค่าย “พี่เก็ท”

พี่เก็ท – ฐิติพงศ์ ประธานค่าย

ความรู้สึกที่มีต่อ BIR The Future ในฐานะประธานค่าย

ในฐานะประธานค่าย เรารู้สึกประทับใจในศักยภาพของสตาฟฟ์ค่าย ที่สามารถทำหน้าที่ในส่วนของแต่ละคนออกมาได้อย่างดี ถึงแม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างแต่ทุกคนนั้นสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม และที่ประทับใจไม่แพ้กันคือน้องค่ายครับ น้องๆ หลายๆ คนสามารถแสดงความรู้ความสามารถและความกล้าแสดงออก แถมยังพร้อมที่จะรับความรู้ใหม่ๆ จากวิทยากรในแต่ละวิชา ได้เรียนด้วยความตั้งใจ

น้องๆ ได้แสดงความรู้ความสามารถ ความกล้าแสดงออก และพร้อมเปิดรับความรู้ใหม่

พี่ค่ายที่น่ารักของน้องๆ

สิ่งที่ “พี่เก็ท” ได้รับ เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานค่าย

นอกจากจะปลื้มใจที่ได้เห็นน้องค่ายทุกๆ คนเอ็นจอยกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทางสตาฟฟ์นั้นได้จัดเตรียมไว้ บทเรียนที่สำคัญจากการทำค่าย BIR The Future นั้นคือ การทำงานร่วมกับคนอื่น เราไม่สามารถคาดหวังว่าทุกคนจะทำหน้าที่ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เราต้องพร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาในเวลาที่เกิดปัญหาและไม่โยนความผิดให้ผู้ใดผู้หนึ่งครับ

อยากบอกอะไรกับน้องๆ ที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่

สำหรับน้องๆ ที่กำลังสนใจอยากเข้าร่วมค่าย BIR The Future ของพวกเรานะครับ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดี ที่จะพบกับความสนุกสอดแทรกไปด้วยความรู้ทางรัฐศาสตร์อย่างล้นเหลือ

Everything is political.

จะเห็นว่า “ค่าย BIR The Future”ให้ทั้งความรู้ในเชิงทฤษฎีและความรู้ในเชิงปฏิบัติ แถมทักษะในการคิดวิเคราะห์ การแสดงความคิดเห็น และการทำงานร่วมกันยังสามารถนำมาใช้ในชีวิตจริงกับสถานการณ์ปัจจุบันได้เป็นอย่างดีเลย เพราะฉะนั้น สำหรับน้องๆ ที่ฝันอยากเข้าคณะรัฐศาสตร์ หรือน้องๆ ที่กำลังค้นหาตัวเองอยู่ หรือน้องๆ ที่สนใจการเมืองก็ตาม ค่ายนี้เป็นอีกหนึ่งค่ายที่พลาดไม่ได้เลยล่ะ! รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมกดติดตามเพจ BIR The Future และ CAMPHUB กันไว้น้าา จะได้ไม่พลาดทุกข่าวสารจ้า สำหรับวันนี้ “พี่นะเอย” ต้องขอลาไปก่อน สวัสดีค่าาา

ติดตามแคมป์ฮับไม่พลาดทุกข่าวค่าย

Line CampHUB

 

เขียนโดย : พี่นะเอย แคมป์ฮับ
ขอบคุณรูปภาพจาก : BIR The Future 

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

Na-oei (พี่นะเอย)

สวัสดีค่ะ พี่นะเอย รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ปี 4 ค่ะ