แคมป์ฮับไอดอล

มารู้จักเทคนิคการแพทย์ เรียนอะไร จบไปทำอะไร กับพี่มุก ม.มหิดล

ALL ABOUT P’MOOK AND MED TECH

  • จุดเริ่มต้นที่พี่มุก สนใจในคณะเทคนิคการแพทย์ เกิดจากการที่พี่มุกมองว่า การที่เราจะช่วยรักษาคนไข้ นอกจากคุณหมอที่ทำงานอยู่เบื้องหน้า นักเทคนิคการแพทย์ที่อยู่ในห้องแล็บ คอยวิเคราะห์ผลตรวจของคนไข้ ก็สำคัญในการรักษาเช่นเดียวกัน
  • นักเทคนิคการแพทย์ ทำหน้านี้ตรวจสิ่งส่งตรวจต่างๆ ของคนไข้ เพื่อนำมาวิเคราะห์โรคต่างๆ ของคนไข้ รวมไปถึงการเจาะเลือด และรับบริจาคเลือดด้วย
  • ศาสตร์ด้านเทคนิคการแพทย์ บางมหาวิทยาลัยก็แยกออกมาเป็นคณะเลย อย่างที่มหิดล เชียงใหม่ มอ. ขอนแก่น หรือบางมหาวิทยาลัยก็อยู่รวมกับคณะสหเวช อย่างที่จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ นเรศวร บูรพา

สวัสดีจ้าน้องๆ แคมป์ฮับทุกคน หลังจากที่คอลัมน์นี้ห่างหายกันไปเนิ่นนาน วันนี้ขอต้อนรับน้องๆ เข้าสู่คอลัมน์นี้อีกครั้ง ในชื่อใหม่ “แคมป์ฮับไอดอล” จ้า !! วันนี้พี่ฟิวส์ขอพาพี่มุก รุ่นพี่จากคณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล มาไขข้อสงสัย เล่าให้น้องๆ ฟังว่าคณะเทคนิคการแพทย์ที่ทุกคนเคยได้ยินคืออะไร เรียนเกี่ยวกับอะไร จบไปทำอะไร สำคัญยังไงต่อการรักษาคนไข้ และน้องๆ ต้องเตรียมตัวยังไง ถ้าอยากมาเรียนเทคนิคการแพทย์ เรามาพูดคุยกับพี่มุกกันเลยจ้า..

สวัสดีจ้า แนะนำตัวให้น้องๆ รู้จักกันหน่อย

สวัสดีค่าน้องๆ พี่ชื่อพี่มุก โชติกา สุวพันธ์วัฒนา ตอนนี้เพิ่งเรียนจบจากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จ้า

นักเทคนิคการแพทย์.. อาชีพนี้ทำอะไร ?

นักเทคนิคการแพทย์ก็คือคนที่คอยตรวจสิ่งส่งตรวจต่างๆ ของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็น เลือด เสมหะ ปัสสาวะ สารคัดหลั่งต่างๆ และก็อีกหลายๆ อย่างเลย อีกทั้งยังรวมไปถึงการเจาะเลือดคนไข้ และการรับบริจาคโลหิตด้วย การทำงานในโรงพยาบาล พวกพี่ก็จะทำงานกันอยู่ในห้องแล็บและก็ห้องเจาะเลือดจ้า

แล้วเทคนิคการแพทย์ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ?

ในศาสตร์ของเทคนิคการแพทย์ ก็จะเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สุขภาพทั่วไป แต่จะไม่ลึกเท่าหมอ จะเน้นหนักไปที่พวก..

  • โลหิตวิทยา เราก็จะเรียนกันตั้งแต่ส่วนประกอบต่างๆ ของเลือดตั้งแต่เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด จนไปถึงโรคทางระบบเลือดมากมาย และก็วิธีการตรวจวิเคราะห์โรคเหล่านั้น
  • ธนาคารเลือด เรียนตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของการให้เลือดจนวิธีการในปัจจุบัน และก็โรคต่างๆ ที่เป็นผลพวงจากการรับเลือดซึ่งก็ต้องเรียนการตรวจวิเคราะห์ด้วยเหมือนกัน
  • แบคทีเรีย วิชานี้ก็จะเจาะลึก (แบบลึกมาก!!) ของอาณาจักรแบคทีเรีย โดยเฉพาะพวกแบคทีเรียก่อโรคซึ่งเยอะมากๆ เลย
  • ไวรัส วิชานี้ก็เรียนคล้ายกับแบคทีเรีย เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนมารู้จักกับไวรัสแทน เป็นวิชาที่พี่ชอบที่สุดเลย
  • เคมีคลินิก ก็จะเรียนเกี่ยวกับสารและอิเล็กโทรไลท์ต่างๆ ในร่างกายของเรา กรด-เบสในร่างกาย วิตามิน แร่ธาตุ การปรับสมดุลต่างๆ ของระบบร่างกาย และก็โรค ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน (เรียนเข้มข้นมาก!!) โรคเกาต์ โรคกระดูก และอีกมากมายเลยจ้าน้องๆ
  • ภูมิคุ้มกัน วิชานี้ก็สนุกเหมือนกัน เรียนพวกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรานั่นเอง แต่อาจารย์จะพาน้องๆ ลงลึกไปถึงว่าเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายแล้วปุ๊บ สิ่งที่ร่างกายเราจะตอบสนอง จะกระตุ้นการปล่อยสารอะไรออกมาบ้างแบบกระจ่างกันเลยทีเดียว

ซึ่งในทุกๆ รายวิชาจะมีพาร์ตเลกเชอร์ ก็คือการนั่งเรียนฟังบรรยายในห้อง กับพาร์ตแล็บ เป็นการให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติกันจริงๆ เสมือนว่าเรากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องแล็บของโรงพยาบาลจริงๆ เลย

แล้วอะไรที่ทำให้พี่มุกมารู้จักกับเทคนิคการแพทย์ ?

ที่ได้มารู้จักกับคณะนี้ก็เพราะว่า จำได้ว่าตอนนั้นเดินเข้าไปในร้านหนังสือ แล้วไปเห็นหนังสือที่เกี่ยวกับคณะเทคนิคการแพทย์ เราก็เอ๊ะ.. ชื่ออาชีพนี้ดูแปลกดี ไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ เลยอยากรู้ว่าอาชีพนี้เขาเรียนแล้วจบออกมาเป็นอะไรกัน ก็เลยหยิบมาอ่านเลยตอนนั้น ทำให้ได้รู้จักกับอาชีพนี้มากขึ้นแล้วก็เกิดความสนใจ

จากจุดเริ่มต้นจุดนั้น อะไรในเทคนิคการแพทย์ที่ดึงดูดให้เรามาเรียนในคณะนี้ ?

เป้าหมายในตอนนั้นคือ อยากเรียนต่อหมอ แต่ก็คิดว่าถ้าเกิดสอบไม่ติดหมอขึ้นมาจริงๆ อะไรคือแผนสำรองของเราล่ะ หลังจากที่ศึกษาหาข้อมูลเยอะมากในช่วงนั้น ซึ่งเป็นคณะที่เกี่ยวกับด้านวิทย์สุขภาพทั้งหมดเลย ก็มาลงตัวที่เทคนิคการแพทย์ เพราะสิ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเห็นตัวเองก็คือ เราได้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาคนๆ นึงจากวันที่เขาเจ็บป่วย จนวันที่เขากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ซึ่งนอกจากคุณหมอและพยาบาลผู้ที่อยู่เป็นเบื้องหน้าแล้ว ก็ยังมีนักเทคนิคการแพทย์ที่เป็นส่วนสำคัญในการตรวจวิเคราะห์โรคเหล่านั้นจนนำไปสู่การรักษาและติดตามผล ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในหน้าที่ที่เราอยากจะเห็นตัวเองเป็นแบบนั้น ก็เลยตัดสินใจเลือกเรียนในคณะเทคนิคการแพทย์

นอกจากคุณหมอและพยาบาลผู้ที่อยู่เป็นเบื้องหน้าแล้ว ก็ยังมีนักเทคนิคการแพทย์ที่เป็นส่วนสำคัญในการตรวจวิเคราะห์โรคเหล่านั้น จนนำไปสู่การรักษาและติดตามผล

นอกจากนักเทคนิคการแพทย์แล้ว คณะเทคนิคการแพทย์ จบไปแล้วสามารถทำอาชีพอะไรได้บ้าง ?

เทคนิคการแพทย์เราจบมาแล้วก็สามารถไปต่อได้หลายๆ สายเลย นอกจากการเป็นนักเทคนิคการแพทย์ในห้องแล็บของโรงพยาบาลแล้ว ใครอยากจะเรียนต่อหมอ ก็สามารถต่อได้เหมือนกันนะ หรือว่าใครชื่นชอบสายธุรกิจก็สามารถมาเป็นเซลล์ขายเครื่องมือแพทย์ หรือการตรวจแล็บ ของพวกห้องแล็บเอกชนก็ทำได้เหมือนกัน ตอนที่เรียนอยู่ อาจารย์ที่คณะก็จะชอบพูดกันว่า เนี่ยเราจบไปเป็นอะไรได้ตั้งหลายอย่างเลยนะเด็กๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีรุ่นพี่ที่จบไปแล้วไปเป็นนักเพาะกายก็ยังมี 5555 หลากหลายมากจริงๆ นะน้องๆ

นักเทคนิคการแพทย์ มีความสำคัญยังไงในการรักษาคนไข้ ?

นักเทคนิคการแพทย์จะพูดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของกระบวนการรักษาก็ได้นะ เพราะด้วยงานของเราที่จะทำกันในห้องแล็บ เพราะงั้นเนี่ยเนื้องานก็จะเป็นเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์สิ่งส่งตรวจต่างๆ ของคนไข้ที่ถูกส่งมาบ้าง เราไปเก็บเองบ้าง มาตรวจกับอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ชุดตรวจทดสอบ รวมไปถึงการใช้เครื่อง Automated ต่างๆ พอได้ผลจากเครื่องต่างๆ ก็ต้องมาดูและวิเคราะห์โดยคนซึ่งก็คือพี่ๆ นักเทคนิคการแพทย์ เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งผลการตรวจ และนำไปสู่การรักษา หรือติดตามผลการรักษาต่อไป

วิชาไหนในเทคนิคการแพทย์ ทั้งในแง่โหดที่สุด และน่าเรียนที่สุด เล่าให้น้องๆ ฟังหน่อย

ถ้าเอาเฉพาะในมุมของเราเอง วิชาที่โหดสุดเลยก็คือโลหิตวิทยา เพราะว่าวิชานี้ค่อนข้างที่จะใช้กล้องจุลทรรศน์เป็นหลัก เพราะต้องดูเม็ดเลือด บวกกับทักษะในการวิเคราะห์ผลว่าเม็ดเลือดนี้ปกติหรือผิดปกติ เป็นโรคหรือไม่ ถ้าใช่ แล้วจะมีแนวโน้มเป็นโรคอะไร ก็เลยค่อนข้างโหดมากสำหรับเรา ส่วนวิชาที่น่าเรียนแล้วก็ชอบก็จะเป็นวิชาไวรัส สนุกดีนะ ได้เรียนเกี่ยวกับไวรัสก่อโรคทุกตัวเลย แต่ละตัวก็โหดๆ อยู่เหมือนกันนะ เห็นตัวแค่นี้

แล้วตอนที่ได้ลงมือทำแล็บ เป็นยังไงบ้าง ?

ตอนทำแล็บครั้งแรก นี่ตื่นเต้นมากๆ เราเพิ่งจะเคยเห็นการเพาะแบคทีเรียครั้งแรกก็เพราะเรียนคณะนี้ และบางตัวถ้าเชี่ยวชาญ ดูด้วยตาเปล่าก็บอกได้เลยว่ามันคือแบคทีเรียอะไร ไม่ต้องผ่านใต้กล้องจุลทรรศน์ รู้สึกว้าวมาก ตื่นเต้นมากกกก มีทั้งความสนุกและก็ความจริงจัง อย่างตอนเรียนแล็บวิชาโลหิตวิทยา ทุกคนจะต้องฝึกเจาะเลือดให้เป็น แต่จะไปเจาะใครล่ะทีนี้? 5555 ก็ต้องนี่เลย จับคู่กับเพื่อนซี้แล้วจากนั้นก็ผลัดกันเจาะ มีทั้งเสียน้ำตา ทั้งหน้าซีดกันมาแล้ว บางคนเป็นลมเลยตอนเพื่อนลงเข็มก็มี 5555

ทักษะอะไรที่น้องๆ ต้องมีในการเรียนเทคนิคการแพทย์ ?

จริงๆ แล้วทักษะมันเป็นเรื่องที่ฝึกฝนและพัฒนากันได้ น้องๆ ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะขาด เพียงแต่ตัววิชาที่เรียนนั้นจะค่อนข้างเน้นหนักไปทางด้านการใช้ความจำเป็นหลัก ซึ่งทักษะที่สำคัญเลยอย่างหนึ่งก็คือทักษะการสังเกตและการประมวลความรู้ที่ได้เรียนมา เอามาคิดวิเคราะห์ในแต่ละเคส อย่างผู้ป่วยคนนี้มาด้วยอาการแบบนี้ มีผลการตรวจเลือดออกมาแบบนี้ เราก็ต้องสังเกตแล้วว่ามีค่าอะไรบ้างที่ผิดปกติไป แล้วมันสัมพันธ์กันไหน สอดคล้องกับอาการหรือเปล่า แล้วก็ประมวล วิเคราะห์ออกมาถึงความผิดปกตินั้น

และเนื่องจากวิชาชีพเราทำงานเกี่ยวกับคน ทำให้ทักษะอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือการสื่อสาร เราควรจะสื่อสารกับคนแต่กลุ่มยังไงเพื่อให้เขาเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะบอก ซึ่งก็ต้องดูพื้นฐานของคนหรือกลุ่มคนนั้นที่เรากำลังสื่อสารอยู่ด้วย ซึ่งมันก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ถ้าเกิดว่าใครถนัดในด้านนี้แล้ว มีความชื่นชอบและมีใจรักจริงๆ ก็ถือว่าพร้อมแล้วจ้า สำหรับการเรียนเทคนิคการแพทย์

น้องๆ ที่อยากเข้าคณะเทคนิคการแพทย์ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง ?

อยากให้น้องๆ ได้พื้นฐานวิชาวิทย์กับคณิต หมั่นฝึกทำข้อสอบเยอะๆ เพราะว่าบางทีเราอ่านไปแล้วก็จริงแต่เราจะไม่รู้เลยว่าเราจำได้จริงๆ เข้าใจจริงๆ มั้ย จนกว่าเราจะเจอกับปัญหาซึ่งมันก็จะอยู่ในข้อสอบ และที่สำคัญ ก็อยากให้พักผ่อนให้เต็มที่ในทุกๆ วัน ตอนนี้พลังใจน่าจะพร้อมกันอยู่แล้ว แต่ร่างกายก็ยังเป็นที่พึ่งหลักเนอะ ยังไงก็ต้องดูแลร่างกายของเราให้ดีที่สุดก่อนน้าาา

บางทีเราอ่านไปแล้วก็จริงแต่เราจะไม่รู้เลยว่าเราจำได้จริงๆ เข้าใจจริงๆ มั้ย จนกว่าเราจะเจอกับปัญหาซึ่งมันก็จะอยู่ในข้อสอบ
การเรียนตลอด 4 ปีที่ผ่านมาในรั้วมหิดล มีอะไรเจ๋งๆ ที่อยากเล่าให้น้องๆ ฟังบ้าง ?

จริงๆ ที่มหิดลนี่ก็ถือว่ามีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ทำกันเยอะมากๆ เลย อย่างวันเบิกฟ้า จะเป็นวันที่ทุกชมรมที่มีในมหาลัยจะมาตั้งบูธกันเพื่อรับสมัครสมาชิกใหม่ เยอะมากๆ มีทั้งชมรมด้านกีฬา วัฒนธรรม ศิลปะป้องกันตัว ศาสนา ครึกครื้นมากมาย หรือตอนเย็นๆ หลังเรียนเรียนเสร็จ แถวศาลายาก็ถือว่าอุดมสมบูณณ์มากๆ ทั้งหน้ามอ ข้างมอ หลังมอ ร้านอาหารมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย ร้านบอร์ดเกมต่างๆ ก็สนุกดีนะ และก็ทุกเย็นวันศุกร์จะมีวงออเครสตราจัดแสดงที่มหิดลสิทธาคารด้วย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจในรั้วมหิดลนี้เลย

แล้ว 4 ปีที่ผ่านมา นอกจากความรู้ที่ได้จากการเรียนแล้ว ยังให้อะไรกับเราอีกบ้าง ?

4 ปีที่ผ่านมานอกจากความรู้ ก็เป็นเรื่องของสังคม เรื่องของคนนี่แหละที่ใกล้ชิดกับเรามากที่สุด สังคมเพื่อนๆ ที่นี่ดีมากๆ เรารู้สึกว่าบุคลิก นิสัยของเด็กมหิดลก็จะมีส่วนคล้ายๆ กัน มันทำให้ดูอบอุ่นแต่ก็มีสีสัน สนิทกันง่าย คุยกันง่าย โชคดีมากๆ เลย

บรรยากาศดีๆ ในรั้วมหิดล เอื้อต่อการเรียนของเรายังไงบ้าง ?

บรรยากาศทั้งในรั้วและนอกรั้วมหิดลถือว่าดีมากๆ เลย สิ่งอำนวยความสะดวกมีครบทุกอย่าง (ยกเว้นรถไฟฟ้านะ ที่ ณ วันนี้ยังไม่มี 5555) แต่ก็มีธรรมชาติให้ได้พัก ชอบการวางผังของอาคารเรียนต่างๆ ในมหาลัยด้วย มันค่อนข้างเป็นระเบียบมาก เหมือนเราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีตลอดเวลา และสิ่งแวดล้อมในมหาลัยก็เป็นสิ่งที่นักศึกษาใช้ชีวิตอยู่ด้วยมากที่สุด พอเราได้อยู่ในที่ๆ ดี สังคมรอบๆ ที่ดี มันก็เป็นตัวช่วยส่งเสริมในเรื่องการเรียน ความคิด การเลือกตัดสินใจต่างๆ เหมือนกันนะ

ตอนนั้นเราใช้วิธีอะไรในการค้นหาตัวเองว่าอยากเรียนอะไร ?

ตอนนั้นเราก็จะเริ่มต้นง่ายๆ จากการดูว่า เราชอบเรียนวิชาอะไรมากที่สุด คณิต ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ศิลปะ ภาษา ก็มาลงตัวที่ชีวะและเคมี แล้วก็เริ่มศึกษาดูว่าสายอาชีพไหนบ้างที่เน้นเรื่องนี้ บวกกับตอนนั้นมีความฝันอยากเป็นหมอมาบ้างแล้วก็เลยจะเน้นหาข้อมูลไปด้านสายวิทย์สุขภาพ ว่าเขาเรียนอะไรกัน มันเป็นอารมณ์สไตล์ไหน ลองไปค่ายหมอบ้าง งานเปิดบ้านบ้าง เพราะตัวเราเองก็อยากรู้ว่าเหมือนกันว่าเราอยากจะเรียนต่อสายนี้ เราอยากที่จะเป็นอาชีพนี้ในอนาคตจริงๆ หรือเพราะแค่เราเรียนในวิชาเหล่านี้ได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่เราจะหาข้อมูลเอง ไปดูเอง แล้วก็ตัดสินใจเลือกเองเลยมากกว่า เพราะคิดว่าตัวเราเองนี่แหละที่รู้ใจตัวเองมากที่สุด

เราจะหาข้อมูลเอง ไปดูเอง แล้วก็ตัดสินใจเลือกเองเลยมากกว่า เพราะคิดว่าตัวเราเองนี่แหละที่รู้ใจตัวเองมากที่สุด
ย้อนไปช่วงเด็กๆ ตอนนั้นมีความฝันว่าโตไปอยากเป็นอะไร ?

ถ้าตอนเด็กๆ เลย ก็ฝันว่าอยากโตไปเป็นนักธุรกิจ 5555 จำได้เลยว่าชอบพูดกับคุณแม่บ่อยมากๆ อาจจะเพราะที่บ้านก็ทำธุรกิจส่วนตัวด้วย ก็เลยมีความใกล้ชิด เห็นจากคุณพ่อคุณแม่ แต่พอโตขึ้นมาบวกกับเรียนสายวิทย์-คณิต ก็เริ่มมีอีกความฝันก็คือหมอหรือขอแค่ได้อยู่ในสายวิทย์สุขภาพ

นอกจากนักเทคนิคการแพทย์แล้ว ยังมีความฝันอย่างอื่นอีกมั้ย ?

ที่ตอนเด็กฝันว่าอยากทำธุรกิจ ก็ยังติดมาตลอดนะ ยังคงรักอยู่เหมือนเดิม เราอยากทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งก็เกี่ยวกับเทคนิคการแพทย์ที่ได้เรียนมา อยากเอามาประยุกต์ใช้เป็นธุรกิจ และก็อีกอย่างที่ชื่นชอบและถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำก็คืองานด้านจิตวิทยา เพราะชื่นชอบเรื่องนี้มานานมากแล้ว ชอบเรียนรู้เกี่ยวกับคน อยากเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้นแบบนี้นะ มันต้องมีเหตุและผลอะไรมา ก็รู้สึกอยากศึกษาด้านนี้เพิ่มเติมในอนาคตด้วย

วันว่างๆ ของเรา ชอบทำอะไรบ้าง แชร์ให้น้องๆ ฟังกันหน่อย ?

วันว่างๆ ชอบใช้เวลาอยู่กับที่บ้าน ไปทานข้าว ได้คุยกัน มันเพลินดี แล้วก็ชอบดูยูทูบ ในนั้นมีทั้งความบันเทิง มีทั้งเรื่องราวน่าสนใจที่เรายังไม่เคยได้ลองทำ และก็จะมีไปต่อยมวยบ้าง แต่ว่าช่วงนี้ก็พักๆ ไว้ก่อนเพราะว่าไม่ค่อยมีเวลา และก็กำลังศึกษาเรื่องการถ่ายรูปด้วย เพราะว่าน้องชอบบ่นเวลาให้ถ่ายรูปให้ว่าทำไมไม่ถ่ายอย่างงี้เนี่ย 5555 ประจำเลย ต้องเริ่มแล้วจะได้ไม่โดนน้องบ่นอีก ฮือออ..

คิดว่าการค้นหาตัวเองก่อนจะเข้าสู่มหาวิทยาลัย มีความสำคัญยังไงต่อตัวน้องๆ ?

สำคัญมากๆ เลยนะ เพราะการเข้ามหาลัยก็ถือว่าเป็น Turning Point นึงของชีวิตเลย ถ้าเราเลือกได้ดี เลือกได้ตรง มันก็นำไปต่อยอดในอนาคตเราต่อได้ มันจะมองเห็นว่าจากนี้เราจะไปทำอะไร แต่ถ้าเลือกผิด ชีวิตเปลี่ยน มันก็จริงอีก เพราะเราอาจจะต้องเสียเวลาไปกับสิ่งที่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรา เราไม่ได้อยากเห็นตัวเองเป็นแบบนั้นแบบนี้ จะย้อนเวลากลับไปตอนนั้นก็คงไม่ได้แล้ว ไม่อยากให้น้องๆ เสียเวลาตรงนี้ไป การค้นหาตัวเองก่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้จึงสำคัญมากๆ ค่อยๆ ดู ค่อยๆ เลือกที่ใช่ ไม่ต้องรีบร้อน เอาแบบที่เราแฮปปี้ที่สุด

ถ้าเราเลือกได้ดี เลือกได้ตรง มันก็นำไปต่อยอดในอนาคตเราต่อได้ มันจะมองเห็นว่าจากนี้เราจะไปทำอะไร
สุดท้ายนี้.. ให้กำลังใจน้องๆ ที่กำลังค้นหาตัวเอง และเตรียมสอบขึ้นมหาวิทยาลัยกันหน่อย

น้องๆ หลายๆ คนคงความมีฝันกันอยู่แล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น ฮึบๆ สู้ๆ นะ พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนเลย ส่วนใครยังไม่รู้ตัวเอง ยังไม่เจอ ไม่เป็นไรเลย พี่เคยอ่านเจอบทความนึง บอกไว้ว่า บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเราชอบอะไร เราอยากเป็นะไร แต่จริงๆ แล้วชีวิตเรามันก็มีคำใบ้มาให้ตั้งแต่แรกแล้ว ลองดูว่าเราใช้เวลากับอะไรแล้วมีความสุขทุกครั้ง เรามักจะสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างแรกเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆ นั่นแหละ เป็นคำใบ้ให้กับตัวของเราแล้ว พี่ขอให้ทุกคนเจอตัวเอง และได้เป็นคนๆ นั้นในวันข้างหน้า ยินดีกับน้องๆ ทุกคนล่วงหน้าเลยจ้า

3 ค่ายนี้.. เทคนิคการแพทย์-สหเวชจัดเต็ม!!

X-Scope Camp เทคนิคการแพทย์ มหิดล

ค่ายที่จัดโดยพี่ๆ คณะเทคนิคการแพทย์ มหิดล ที่จะให้น้องๆ ได้มารู้จักทั้งสาขาเทคนิคการแพทย์และสาขารังสีเทคนิค ตั้งแต่การเรียน การทำงาน ไปจนถึงการได้ลงมือปฏิบัติจริง ปีนี้จัดวันที่ 15-17 พ.ย. นี้ (ซึ่งแน่นอนว่าปิดรับสมัครแล้ว..) ปีหน้าค่ายมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวแคมป์ฮับมารีบบอกน้องๆ จ้า

AHS Gown Camp สหเวช จุฬาฯ

ของสหเวช จุฬาฯ ก็เป็นคณะที่รวมหลากหลายสาขา นอกจากเทคนิคการแพทย์ ก็ยังมีกายภาพบำบัด โภชนาการและการกำหนดอาหาร รังสีเทคนิค และฟิสิกส์ทางการแพทย์ด้วย สำหรับในปีนี้ ค่ายเพิ่งจัดไปเมื่อ 1-3 พ.ย. ที่ผ่านมา ปีหน้าค่ายนี้มาเมื่อไหร่ เดี๋ยวแคมป์ฮับมารีบบอกน้องๆ เลย

Dome Gown Camp สหเวช ธรรมศาสตร์

ของสหเวช ธรรมศาสตร์ ก็รวมหลากหลายสาขาเช่นกัน ทั้งเทคนิคการแพทย์ กายภาพบาบัด วิทยาศาสตร์การกีฬาและการพัฒนากีฬา และรังสีเทคนิค ในปีนี้ จัดไปแล้วในเดือนสิงหาคม ปีหน้าค่ายมาเมื่อไหร่ แคมป์ฮับจะรีบมาบอกน้องๆ เช่นกันจ้า

ทั้ง 3 ค่ายนี้ เป็นเพียง 3 ค่ายจากหลากหลายค่ายในด้านเทคนิคการแพทย์และสหเวช สามารถดูค่ายทั้งหมดได้ที่ camphub.in.th/health-other และน้องๆ ยังสามารถไปงานเปิดบ้านของคณะในด้านนี้ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ สามารถดูงานเปิดบ้านของมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ที่ camphub.in.th/type/openhouse จ้า

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย สำหรับแคมป์ฮับไอดอล ที่วันนี้พี่มุกมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคณะเทคนิคการแพทย์ให้น้องๆ ได้ฟังกัน ถ้าน้องๆ อยากบอกต่อเพื่อนๆ เกี่ยวกับเทคนิคการแพทย์ ก็กดแชร์ต่อให้เพื่อนๆ กันได้เลย สำหรับตอนต่อไป แคมป์ฮับจะพาใครมาพบกับน้องๆ กันอีก ต้องติดตามกันนะ สำหรับวันนี้ พี่ฟิวส์และพี่มุก ต้องไปละน้า บั๊ยบายจ้าาาา ฟิ่วววว ~~

แคมป์ฮับไอดอล พี่มุก โชติกา สุวพันธ์วัฒนา
บทความ พี่ฟิวส์ แคมป์ฮับ
เสื้อผ้า พี่โบ๊ช แคมป์ฮับ
ถ่ายภาพ พี่ซัน แคมป์ฮับ
กราฟิก พี่อัยย์ แคมป์ฮับ
ขอขอบคุณสถานที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเดอะมาร์เก็ต ราชประสงค์ และศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

FusePlus (พี่ฟิวส์)

พี่ชื่อฟิวส์ ตอนนี้จบวิศวเคมี บางมดแล้ว ตอน ม.ปลาย ก็เป็นเด็กล่าค่ายประมาณนึงเลย พูดเลยว่า ถ้าไม่ได้เข้าค่าย ก็ไม่ได้มาทำแคมป์ฮับนะเออวววว์