บทความ แคมป์รีวิว

รีวิวค่าย Power Green Camp #12 ค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยบ้านปูฯ และม.มหิดล [EP.46]

สวัสดีฮะ กลับมาพบกับแคมป์รีวิวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพลังความเขียว!

วันนี้พี่ช้างจะพาน้องๆ ทุกคนไปรู้จักกับ “Power Green Camp” ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล สำหรับน้องๆ ม. 4 – 5 สายวิทย์ ที่สนใจในทรัพยากรธรรมชาติและการนำวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

และเพื่อไม่ให้เสียเวลา พี่ช้างได้ไปสืบข้อมูลค่ายฯ และสัมภาษณ์น้องค่าย + พี่ค่ายมาแล้ว ไปอ่านกันได้เลยจ้าา :D

ทำความรู้จักค่ายเพาเวอร์กรีน

Power Green Camp เป็นค่ายที่น้องๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ที่ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม: เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” ซึ่งมุ่งเน้นให้เยาวชนได้เรียนรู้การพัฒนากระบวนการคิด ได้ฝึกฝนทักษะผ่านการเรียนรู้ภาคทฤษฎี และปฏิบัติในห้อง Lab ทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนร่วมทัศนศึกษาในพื้นที่จริง ตลอดระยะเวลา 8 วันเต็ม

นอกจากนี้ เยาวชนชาวค่ายฯ ยังมีโอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และนำองค์ความรู้ที่ได้รับหลอมรวมกับแนวคิดของตนเองถ่ายทอดสู่สาธารณชน ผ่านการ Present โครงงานกลุ่มของน้องๆ เพื่อชิงทุนการศึกษารวมกว่า 30,000 บาท

ซึ่งค่ายนี้ถูกจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 และโดยตลอด 12 ปีที่ผ่านมาค่ายฯ ได้บ่มเพาะเยาวชนหัวใจรักษ์สิ่งแวดล้อมไปแล้ว 840 คน!

ค่ายเพาเวอร์กรีน 12

การกำหนด Theme ของค่ายฯ ในแต่ละปีนั้น จะนำเทรนด์หรือประเด็นต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินกิจกรรมของค่ายฯ ในแต่ละปี ซึ่งพี่ช้างว่าเค้าคิดออกมาได้ดีและน่าสนใจสุดๆ เช่น

  • ปีที่ 1 พ.ศ. 2549 ชีวิตที่พอเพียง เพื่อพลังงานที่เพียงพอ
  • ปีที่ 2 พ.ศ. 2550 การใช้วิทยาศาสตร์ตามร้อยเท้าพ่อ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
  • ปีที่ 3 พ.ศ. 2551 ลดโลกร้อนด้วยสองมือเรา
  • ปีที่ 6 พ.ศ. 2554 ปี 2012 โลกจะเกิดพิบัติภัยจริงหรือ แล้วเราจะเตรียมพร้อมและรับมือวิกฤติได้อย่างไร
  • ปีที่ 8 พ.ศ. 2556 วิกฤติน้ำ วิกฤติโลก เพาเวอร์กรีนร่วมพลัง จัดการน้ำข้ามพรมแดนแบบบูรณาการ

โดย Theme ของค่ายฯ ปีที่ 12 ก็คือ “เศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพสร้างสมดุลอย่างไรให้ยั่งยืนในยุคไทยแลนด์ 4.0” นั่นเอง

ซึ่งจะเน้นการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ศึกษาธรรมชาติ การดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตของคนในชุมชน ที่มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพท้องถิ่น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาสำรวจและระบุแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)

เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจ – การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม – การพัฒนาชุมชน แล้วนำไปประยุกต์ให้เกิดความยั่งยืนกับประเทศต่อไป (ยิ่งใหญ่มาก)

จุดหมายปลายทางสู่การเรียนรู้ของค่ายฯ ในปีนี้คือ จ.ชลบุรีและระยอง ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่สำคัญ แต่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืช และสัตว์จำเพาะ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีสถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต และแหล่งการเรียนรู้ทางอวกาศ Space Inspirium เป็นเมล็ดพันธุ์ความรู้ชั้นดีให้เยาวชนในโครงการเข้าไปศึกษา

โดยน้องๆ เยาวชนทั้ง 70 คนจะมีโอกาสได้เดินทางไปทัศนศึกษาป่าชายเลนทุ่งโปรงทอง / โรงไฟฟ้าบริษัท BLCP Power / พื้นที่กลุ่มประมงเรือเล็กปากคลองตากวน / สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) / และแหล่งการเรียนรู้ทางอวกาศ Space Inspirium

พร้อมรับฟังเสวนาพิเศษใน “ความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมบนฐานการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน” จาก

  • ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาน้ำจืดในประเทศไทย
  • คุณวุฒิกร คุ้มเจริญ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศนครเขื่อนขันธ์
  • คุณออย อิษฎ์วรรณ สุทธินาค เจ้าของแบรนด์แฟชั่นผู้สร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจ ธรรมชาติ และความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านบริษัททัวร์เชิงอนุรักษ์ Suntan Tour ที่ให้ชาวมอร์แกนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นทีมงานเพื่อช่วยสร้างอาชีพ
  • รศ.น.สพ.ดร.นิกร ทองทิพย์ ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์

เพื่อแชร์ประสบการณ์การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมที่มุ่งสร้างสมดุลความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักอนุรักษ์ให้กับน้องๆ

คุยกับน้องค่าย

พี่ช้าง – สวัสดีฮะ แนะนำตัวกันหน่อย ชื่ออะไรเอ่ย
น้องไอซ์ – ชื่อ นายอัครพันธ์ ทวีศักดิ์ ชื่อเล่น ไอซ์ โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5

พี่ช้าง – ทำไมถึงเลือกเข้าค่ายนี้ครับ อยากเรียนต่อที่ม.มหิดลอยู่แล้วรึเปล่าเอ่ย
น้องไอซ์ – โดยส่วนตัวชอบในเรื่องของวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานอยู่แล้วครับอีกทั้งเป็นคนชอบเข้าค่าย เพราะเป็นการเปิดประสบการณ์ในสิ่งที่เรารัก ผมชอบเข้าค่ายที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเป็นการทัศนศึกษานอกสถานที่ให้เรารู้จักถึงความสำคัญของสิ่งรอบตัวเรา ซึ่งทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมครับ แล้วก็อยากจะเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยมหิดลครับ

พี่ช้าง – ตอนรู้ตัวว่าเราติดค่ายนี้รู้สึกยังไงบ้าง เตรียมตัวอะไรกันยังไงเอ่ย
น้องไอซ์ – รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง และเตรียมตัวโดยการ เตรียมเสื้อผ้าที่จะเข้าค่ายฯ ตลอดจนศึกษาข้อมูลที่จะเตรียมตัวทำโครงงานในค่ายฯ ดาวน์โหลดกำหนดการมาเตรียมความพร้อมครับ

พี่ช้าง – ได้ข่าวว่าเป็นประธานรุ่นของค่ายฯ ด้วย มีเหตุการณ์ประทับใจในค่ายฯ อะไรที่อยากเล่าให้ฟังมั้ยครับ
น้องไอซ์ – ประทับใจในเรื่องของความสามัคคีและความเป็นมิตรของเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ โดยเฉพาะช่วงของการนำเสนอโครงงานครับ ผมรู้สึกว่าทุกคนได้แสดง ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ช่วยเหลือกันตั้งแต่เริ่มจนนำเสนอเสร็จสิ้น และการที่เราได้มาอยู่ร่วมกันตลอดทั้งค่ายฯ ทำให้เรารู้ว่ามิตรภาพที่ดีเกิดขึ้นได้มากมาย สุดท้ายคือการที่เราแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างเพื่อนๆ พี่ๆ สตาฟ และพี่ๆ รุ่นก่อนๆ ถือว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ ครับ

พี่ช้าง – คิดว่าค่ายนี้ให้อะไรกับเราบ้าง
น้องไอซ์ – ให้โอกาสในการเปิดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ให้ความรู้ทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ให้การรู้จักทำงานเป็นทีม และให้มิตรภาพที่ดีที่หาที่อื่นไม่ได้ครับ

พี่ช้าง – สุดท้ายแล้ว ขอ 3 คำกับค่ายนี้ครับ
น้องไอซ์ – ต้อง มา เอง

คุยกับพี่ค่าย

พี่ช้าง – สวัสดีฮะ แนะนำตัวกันหน่อย เป็นใคร ตำแหน่งอะไร ทำอะไรในค่ายฯ กันบ้างเอ่ย
พี่นุ๊กนิ๊ก – สวัสดีค่ะ ชื่อ นิชานันท์ คุธินาคุณ ชื่อเล่น นุ๊กนิ๊กค่ะ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในค่ายนี้

พี่ช้าง – ค่าย Power Green จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 แล้ว พอจะเล่าที่มาที่ไปเกี่ยวกับค่ายนี้ และทำไมพี่ถึงได้มีโอกาสมาทำค่ายนี้ได้มั้ยครับ
พี่นุ๊กนิ๊ก – ค่าย Power Green เป็นค่ายที่บ้านปูฯ นั้น จัดทำร่วมกับคณะอยู่แล้วค่ะ ตั้งแต่ที่พี่เข้ามาปี 1 ก็เห็นว่า ที่คณะนี้มีค่ายนี้อยู่แล้ว เพื่อนบางคนในรุ่น ยังเป็นเด็กเก่าของค่าย Power Green ที่เคยมาเข้าค่ะ เริ่มทำค่ายนี้ตั้งแต่อยู่ปี 1 ตอนนั้นเป็นน้อง ก็เลยทำหน้าที่เป็นพี่สัน ช่วยรุ่นพี่เอนเตอร์เทนน้องๆ ทำมาทุกปีเลยค่ะ แล้วพักหลังๆ ก็เริ่มมาทำหน้าที่พี่เลี้ยง อยากลองเปลี่ยนแนวดูบ้าง

พี่ช้าง – คณะสิ่งแวดล้อมฯ ม.มหิดลเรียนอะไรกันบ้าง มีอะไรอยากจะเล่าให้น้องๆ และผู้ปกครองที่กำลังอ่านอยู่มั้ยครับ
พี่นุ๊กนิ๊ก – คณะเราเรียนหลายอย่างมากเลยค่ะ จับฉ่ายเลย 5555555555

คือมีหลายวิชารวมกัน ไม่ใช่แค่เฉพาะสาขาวิชาทางด้านสิ่งแวดล้อม อย่างตอนปี 1 เราก็จะเน้นเรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐานทั่วไปต่อยอดมาจากม.ปลาย โดยเฉพาะเคมี และแลปเคมี เพราะคณะเราก็เน้นทำแลปเช่นกัน มีแลปเคมีทั้ง 2 เทอม พอขึ้นปี 2 เริ่มเข้าวิชาคณะ อย่างเกือบจะเต็มตัว จบปี 2 จะมีทริปที่ได้ออกภาคสนามนอกสถานที่ด้วยน้า สนุกมากๆ เลย แต่ละปีสถานที่ที่จะไปก็จะไม่เหมือนกัน

ปี 3 ก็จะเน้นและลงลึกในวิชาด้านสิ่งแวดล้อมแบบละเอียดมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นรายวิชาเกี่ยวกับ บำบัดและกำจัดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ขยะ ของเสียอันตราย น้ำเสีย เป็นต้น รวมถึงการจัดการทรัพยากรต่างๆ พอขึ้นปี 4 วิชาที่เรียนก็จะเริ่มเบาๆ ลงแล้ว จะเน้นวิชาเสรีเก็บหน่วยกิตเอา และเวลาที่เหลือก็เตรียมตัวทำ senior project ค่ะ

พี่ช้าง – แล้วจบไปทำงานอะไรได้บ้างครับ ต้องการความสามารถอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า
พี่นุ๊กนิ๊ก – จบไปก็ไปเป็นเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมค่ะ ทำหน้าที่ควบคุมและจัดการสิ่งแวดล้อม อย่างตามโรงงานต่างๆ มีการทำระบบบำบัดน้ำเสีย เราก็สามารถไปควบคุมดูแลระบบได้ หรือไปเป็นที่ปรึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม หรือที่เราเรียกว่า consult ค่ะ จริงๆ งานทางด้านสิ่งแวดล้อมเรามีหลากหลายมากเลย หรือใครอยากจะเรียนต่อยอดเพิ่มอีกก็ได้ค่ะ

พี่ช้าง – มีความรู้สึกยังไงที่ได้มาทำค่ายฯ
พี่นุ๊กนิ๊ก – รู้สึกสนุกค่ะ คือ เราเป็นคนที่ชอบทำค่ายและกิจกรรมอะไรพวกนี้อยู่แล้ว จะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเจอน้องๆ เด็กหลายคนมาจากหลายจังหวัด มาอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เรื่องราวแต่ละวันที่เจอ

มันเป็นอะไรที่เล่าวันเดียวก็ไม่จบ มันเป็นประสบการณ์ดีๆ ในชีวิต เพราะถ้าจบไปได้ทำงานก็คงไม่มีโอกาสได้มาทำอะไรแบบนี้อีกแล้ว

พี่ช้าง – เตรียมตัวกันนานมั้ย ก่อนจะจัดค่ายนี้
พี่นุ๊กนิ๊ก –ประมาณ 1 เดือนก่อนจะประกาศรายชื่อน้องๆ ที่ติดค่ายฯ ค่ะ ก็จะมีการประชุมงานกันในพี่เลี้ยง และเตรียมของเพื่อแจกให้น้องค่าย รวมถึงแบ่งสี แบ่งงานให้พี่เลี้ยงแต่ละคนรับผิดชอบน้องสีของตัวเอง

พี่ช้าง – รู้สึกยังไงกับน้องค่าย มีเหตุการณ์พิเศษประทับใจในค่ายฯ ที่อยากมาแบ่งปันให้ฟังมั้ยฮะ
พี่นุ๊กนิ๊ก – รู้สึกดีกับน้องๆ มากกก น้องค่ายทุกคนน่ารักมากค่ะ ไม่เฉพาะน้องสีของตัวเราเอง แต่เป็นน้องๆ ทุกคนในค่ายฯ ด้วยความที่อยู่กับน้องหลายคน แต่ละคนก็มีความน่ารักไม่เหมือนกัน บางคนคุยเก่ง บางคนขี้เล่น บางคนขี้สงสัย เวลามารวมตัวกันนี่ป่วนกันแทบจะบ้า แต่ว่าก็มีความสุขมาก ทุกวันในค่ายฯ ไม่เคยขาดเสียงหัวเราะ เด็กๆ ร่าเริงกันทุกคน

เหตุการณ์ที่ประทับใจหรอ อาจจะไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษอะไร แต่ว่านึกถึงทีไรมันก็จะยิ้มได้ทุกที ก็จะเป็นคืนวันสุดท้ายก่อนจบค่ายฯ ค่ะ เราจะจัดพิธีเทียนผูกข้อมือให้น้อง เพื่อเป็นการอำลา เราชอบกิจกรรมนี้มาก เหมือนเป็นการได้เปิดใจ คุยกับน้องๆ เป็นการอำลากิจกรรมที่ถึงจะมีน้ำตา แต่ว่ามันก็มีความสุขมากเลยค่ะ

พี่ช้าง – หลังปิดค่ายฯ แล้วรู้สึกยังไงบ้าง ผลตอบรับเป็นยังไงบ้างครับ
พี่นุ๊กนิ๊ก – รู้สึกเหงามาก 5555555555

เวลา 1 อาทิตย์อาจจะไม่นาน แต่ว่าการได้อยู่ด้วยกันทุกวัน เจอหน้าน้องๆ กินข้าวด้วยกัน ไปไหนก็ตามน้องไปด้วยตลอด มันก็จะใจหายหน่อยๆ เวลาที่จะไม่เจอกันแล้ว เด็กๆ บางคนบ้านอยู่ต่างจังหวัดไกลๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ แต่ก็หวังว่าสักวันเราจะได้พบกันอีก ผลตอบรับหลังจากจบค่ายฯ ก็ดีมากค่ะ น้องๆ ได้รับประสบการณ์และความทรงจำดีๆ ไป ได้ความรู้ใหม่ๆ ได้พบเพื่อนใหม่ บางคนสนิทกันมากหลังจากจบค่ายฯ ถือว่าค่ายนี่ได้ให้อะไรหลายๆ อย่างทั้งกับน้องค่าย และ พี่เลี้ยง

พี่ช้าง – คิดว่าการมาทำค่ายนี้ พี่ๆ ได้อะไรฮะ
พี่นุ๊กนิ๊ก – ได้ทั้งความสุขและมิตรภาพดีๆ ค่ะ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ พี่ว่ามันฝึกอะไรในตัวพี่หลายอย่าง พี่ได้ฝึกความรับผิดชอบ การที่ต้องมาดูแลน้องๆ ตลอด 1 อาทิตย์ มันทำให้พี่รู้จักสนใจคนอื่นมากกว่าตัวเอง พี่อาจจะไม่ได้ดูแลน้องๆ ดีมาก แต่พี่ก็ใส่ใจน้องๆ เสมอ อีกสิ่งนึงคือพี่ได้ฝึกการทำงานเป็นทีม เพื่อนที่เป็นพี่เลี้ยงบางคนเราไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน นี่ก็เป็นโอกาสที่ดี ที่ได้เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน

พี่ช้าง – อยากฝากบอกอะไรน้องๆ ที่กำลังสนใจเข้าค่ายฯ หรือเรียนต่อสาขานี้ในปีหน้าและปีต่อๆ ไปมั้ยครับ
พี่นุ๊กนิ๊ก – อยากบอกน้องๆ ที่สนใจจะมาค่ายฯ ก่อนว่า เตรียมตัวให้พร้อมเลยนะคะ ค่ายนี้สนุกแน่นอน อยากให้ลองมาหาประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ มาเจอเพื่อนใหม่ๆ แล้วน้องจะรู้ว่าจริงๆ แล้วค่ายวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้มีแต่เรื่องซีเรียสเสมอไป ส่วนน้องที่สนใจจะเรียนต่อสาขานี้ก็ ตั้งใจนะคะ ขอให้น้องๆ โชคดีกับการสอบเข้า ถ้านี่คือสิ่งที่น้องชอบจริงๆ รับรองว่ามันจะเป็นการเรียนที่สนุกมาก สู้ๆ นะคะทุกคน แล้วพบกันใหม่ :)

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย กับบทสัมภาษณ์ความประทับใจและแคมป์รีวิว Power Green Camp ตอนนี้ ~

พี่ช้างก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการช่วยน้องๆ ตัดสินใจว่าจะสมัครค่ายนี้ดีมั้ย

และสำหรับน้องๆ ที่สนใจค่ายนี้คงต้องอดใจรอกันนิดนึง เพราะปกติค่าย Power Green จะจัดขึ้นทุกปี โดยจะเปิดรับสมัครช่วงก.ค. และจัดค่ายในช่วงต.ค. ถ้าค่าย Power Green 13 เปิดรับสมัครเมื่อไหร่ แคมป์ฮับ จะรีบมารายงานให้น้องๆ รู้กันให้เร็วที่สุดเลย !!

แต่ระหว่างนี้มารอลุ้น Theme ค่ายฯ ของปีหน้ากันดีกว่าว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องใด และมีกิจกรรมอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาให้น้องๆ ได้ร่วมสนุก และเรียนรู้ไปพร้อมกัน

สำหรับวันนี้พี่ช้างก็ขอลาไปก่อน แล้วพบกันในแคมป์รีวิวตอนหน้า แล้วเจอกันน้า :)

ติดตามค่าย Power Green Camp

เว็บไซต์ค่าย

เกี่ยวกับ บมจ. บ้านปู

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นผู้บุกเบิกด้านพลังงานชั้นแนวหน้าของเอเชีย ดำเนินธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจไฟฟ้า และพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอย่างครบวงจร ใน 9 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

เขียนโดย: พี่ช้าง แคมป์ฮับ
ขอขอบคุณรูปภาพ: คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

Phantip Kokilanon

พี่ช้าง ทีมงานแคมป์ฮับสุดคิ้วท์ นักศึกษาคณะ ICT มหิดลที่มีใจรักในค่าย :)