แคมป์ฮับอินสไปร์

มารู้จักอาชีพ Digital Strategic Planner ผู้อยู่เบื้องหลังการตลาดดิจิทัลกับพี่มายด์

ALL ABOUT “Digital Strategic Planner”

  • Digital Strategic Planner คืออาชีพที่มีหน้าที่ในการวางแผนการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่าจะโปรโมตยังไง ใช้วิธีไหน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักและกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ
  • ทักษะที่สำคัญของการเป็น Digital Strategic Planner ต้องเป็นคนช่างสังเกต อัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และมีความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้ผลงานที่เราทำออกมามีความโดดเด่นจนผู้บริโภคต้องสะดุดตา
  • หลากหลายค่าย หลากหลายกิจกรรม ที่ให้น้องๆ ได้มาสัมผัสการเป็นนักการตลาด ให้น้องๆ ได้เช็กตัวเองว่า “อยากมาสายการตลาดจริงมั้ย?”

ขอแนะนำคอลัมน์ใหม่กันก่อน

สวัสดีจ้า น้องๆ แคมป์ฮับทุกคน จากที่ผ่านมา แคมป์ฮับได้ส่งต่อเรื่องราวดีๆ ที่เกี่ยวกับการเข้าค่ายมาให้น้องโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นข่าวค่ายแนะแนวของคณะ มหาวิทยาลัยต่างๆ บทความรีวิวค่าย และแคมป์ไอดอล ที่ให้พี่ๆ จากคณะต่างๆ มาบอกเล่าว่าคณะที่พี่ๆ เขาเรียนอยู่ เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ในวันนี้ แคมป์ฮับขอถอยป้ายแดงคอลัมน์ใหม่ ที่มองไปไกลกว่า “น้องๆ อยากเข้าคณะอะไร” แต่มองไปถึง “น้องๆ อยากทำอาชีพอะไร..” ในคอลัมน์ CampHUB Inspire

ในบทความแต่ละตอนของ CampHUB Inspire เราจะไม่ได้บอกเพียงแค่อาชีพนี้ทำอะไร แต่เราจะบอกด้วยว่าอาชีพนี้ต้องมีทักษะอะไร ผลงานอะไรบ้างที่มาจากฝีมือของอาชีพนี้ ต้องเรียนจบคณะ/สาขาอะไร และที่เป็นไฮไลต์ของบทความก็คือ “ต้องเข้าค่ายไหน เพื่อไปทำความรู้จักกับอาชีพนี้ หรือคณะ/สาขาที่เกี่ยวข้อง”

มารู้จัก Digital Strategic Planner กับพี่มายด์

สำหรับครั้งแรกของ CampHUB Inspire พี่ฟิวส์ขอประเดิมด้วยอาชีพที่เป็นผู้วางแผนการตลาดดิจิทัลให้กับสินค้าและบริการต่างๆ ทั้งการโปรโมต ทำโฆษณา จัดกิจกรรม และอื่นๆ อีกมากมายผ่านโลกออนไลน์ที่น้องๆ ใช้กันอยู่ ซึ่งอาชีพนี้ก็คือ Digital Strategic Planner ซึ่งผู้ที่จะมาบอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับอาชีพนี้ให้กับน้องๆ นั่นก็คือ พี่มายด์ พี่สาวนักการตลาดดิจิทัลไฟแรง ถ้างั้นอย่ารอช้า ไปพบกับพี่มายด์กันได้เลยจ้า..

แนะนำตัวให้น้องๆ แคมป์ฮับรู้จักกันหน่อย

สวัสดีจ้า พี่ชื่อมายด์ ธัญธร โชติรัตนศักดิ์ จบจากสาขาวิชาการตลาด คณะบัญชีฯ จุฬาฯ ตอนนี้เป็น Digital Strategic Planner (นักวางแผนกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล) ที่ Columbus Agency ในเครือ Dentsu Aegis Network ซึ่งเป็นเอเจนซี่โฆษณาจากประเทศญี่ปุ่นที่มาเปิดที่ไทยจ้า

ย้อนกลับไปตอนยังเด็กๆ พี่มายด์ฝันว่าอยากเป็นอะไร

ตอนนั้นคืออยากโตไปแล้วรวย 55555 ก็เลยอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่มาสนใจในการเรื่องพวกการตลาด การทำธุรกิจ บวกกับตอนนั้นอยู่ ม.ปลาย เรียนสายวิทย์ไปเทอมนึงแล้วไม่ชอบเลย ก็เลยขอทำเรื่องย้ายมาเรียนสายศิลป์คำนวณด้วย

ตอนนั้นพี่มายด์ใช้วิธีอะไรในการเช็กตัวเอง ว่าอยากมาด้านนี้จริงๆ

ย้อนไปตอนช่วงที่กำลังตัดสินใจว่าย้ายมาสายศิลป์คำนวณดีมั้ย ตอนนั้นก็มาศึกษาว่า ถ้าเราเรียนสายศิลป์คำนวณ เราจะสามารถเข้าเรียนต่อในคณะ/สาขาอะไรได้บ้าง ทั้งหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ไปตามงานเปิดบ้าน ถามจากรุ่นพี่ จนมาเจอคณะการตลาด ก็ดูน่าสนใจมากๆ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน มีงานกลุ่มตลอด เน้นการลงมือทำจริงๆ ผ่านโปรเจกต์ชิ้นต่างๆ ไม่เน้นสอบ ดูไม่น่าเบื่อเลย เลยตัดสินใจว่าจะเข้ามาเรียนสาขานี้ให้ได้!!

สิ่งที่คิดก่อนเข้าเรียน กับเข้าไปเจอจริงๆ ตอนเรียน เหมือนกันหรือแตกต่างกันมั้ย

สนุกกว่าที่คิดไว้เยอะมากๆ เลย อาจารย์แต่ละท่านก็เก่งกันมากๆ ได้เรียนรู้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill จากที่นี่ ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ทำให้เราเป็นคนช่างสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น ที่เขาพูดกันว่า “Marketing is all around” บอกได้เลยว่าคือเรื่องจริงสุดๆ นอกเหนือจากการเรียน กิจกรรมก็เยอะมากๆ เช่นกัน ทั้งในคณะและนอกคณะ แต่ต้องบอกก่อนเลยนะว่า ให้ทำกิจกรรมเยอะๆ แต่ก็ต้องอย่าทิ้งการเรียนด้วยนะ อันนี้สำคัญ!!

ที่เขาพูดกันว่า “Marketing is all around” บอกได้เลยว่าคือเรื่องจริงสุดๆ

Digital Strategic Planner คืออาชีพที่อยากทำ ตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่เลยรึเปล่า

ตอนที่เข้ามาปี 1 ใหม่ๆ ตอนนั้นก็ยังไม่เห็นภาพหรอกว่าจบมาเราจะทำอาชีพนี้ รู้คร่าวๆ แค่ว่า เราจะมาสายเอเจนซี่ ทำโฆษณา แคมเปญการตลาดต่างๆ แต่หลังจากที่เรียนไป 2-3 ปี ก็จะมองเห็น Career Path (เส้นทางความก้าวหน้าของสายงานอาชีพ) ของตัวเองชัดยิ่งขึ้น ซึ่งของพี่เองก็มองว่าเราอยากทำ Digital Strategic Planner ในเอเจนซี่ก่อน ส่วนคนอื่นๆ อาจจะอยากเข้าไปทำงานอยู่ในแผนกการตลาดของบริษัทองค์กรใหญ่ๆ ก็มีเช่นเดียวกัน ในสายงานการตลาด มันมีทางไปได้หลากหลายทางมาก

แล้ว Digital Strategic Planner คืออะไร

ต้องขอเล่าก่อนว่า โดยทั่วไปแล้ว เวลาที่แบรนด์สินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อยากที่จะโปรโมตสินค้าให้มีคนรู้จักมากขึ้น บริษัทนั้นก็จะมาจ้างเอเจนซี่ ให้มาดำเนินการตรงนี้ให้ และเอเจนซี่ก็จะเอาไปคิดต่อว่าจะทำยังไงดี จะทำโฆษณา จะจัดอีเวนต์ จะทำเพจเฟซบุ๊ก หรืออื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งบางงานที่เอเจนซี่อาจจะทำเองไม่ได้ อย่างการทำคลิปวิดีโอสปอตโฆษณา (ที่น้องๆ เห็นกันในทีวี หรือคลิปสั้นๆ ก่อนที่จะได้ดูยูทูบ) เอเจนซี่ก็จะทำงานร่วมกับบริษัทที่ทำสปอตโฆษณา ในการสร้าง กำกับ ถ่ายทำโฆษณนี้ขึ้นมา

ภายในเอเจนซี่ก็มีหลากหลายหน้าที่ ซึ่งรวมไปถึง Strategic Planner (อาจจะดิจิทัลหรือไม่ดิจิทัลก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่เอเจนซี่นั้นๆ ทำ) มีหน้าที่ในการวางภาพรวมของทั้งแผนการตลาด ว่าทิศทางของแผนงานเรา จะไปในทางไหน จะสื่อสารสิ่งที่แบรนด์นั้นๆ อยากจะบอกไปถึงผู้บริโภคยังไงให้แตกต่างจากคู่แข่ง และให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการโปรโมตที่แบรนด์นั้นๆ อยากจะได้

Strategic Planner มีหน้าที่ในการวางภาพรวมของทั้งแผนการตลาด ว่าทิศทางของแผนงานเรา จะไปในทางไหน

ความเป็นดิจิทัล สำคัญยังไงกับการทำการตลาดในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ แทบจะเป็นสิ่งที่พวกเราขาดกันไม่ได้เลย บนโลกดิจิทัล ก็มีช่องทางต่างๆ ที่คนทั่วไปใช้งานกันอยู่ทุกวัน ทั้ง Facebook, Twitter, Instagram, YouTube, Google Search, เว็บไซต์ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ก็จะมาเป็นช่องทางที่แบรนด์ต่างๆ จะใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารไปหาผู้บริโภค ซึ่งเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพ สามารถกำหนดได้เลยว่า เราอยากให้ใคร กลุ่มอายุเท่าไหร่ เป็นคนจังหวัดไหน ไลฟ์สไตล์เป็นคนไหน เป็นคนเห็นโฆษณาของเรา อีกทั้งยังสามารถวัดผลได้แบบแม่นยำอีกด้วย

โซเชียล เว็บไซต์ต่างๆ และอื่นๆ อีกมากมาย คือช่องทางที่แบรนด์ต่างๆ ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารไปหาผู้บริโภค
แล้วออฟไลน์ (ทีวี วิทยุ ป้ายโฆษณา หนังสือพิมพ์ จอโฆษณาในห้าง ในรถไฟฟ้า ฯลฯ) ยังสำคัญอยู่มั้ย

ก็ยังสำคัญอยู่เช่นกัน และสำคัญมากๆ ด้วย เพราะการสื่อสารไปหาผู้บริโภค ถ้าทำทั้งออฟไลน์และดิจิทัล ก็จะทำให้การสื่อสารนั้นมีประสิทธิภาพมาก (พูดง่ายๆ ก็คือ หันไปทางไหน จะในจอหรือนอกจอมือถือ ก็จะเห็นโฆษณาของแบรนด์นั้นๆ) และการสื่อสารทั้งสองช่องทางพร้อมๆ กัน ถ้ามีจุดที่เชื่อมโยงกัน สิ่งที่อยากจะสื่อสารไปหาผู้บริโภคเหมือนๆ กัน ก็จะทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งไปอีก แต่การจะทำโฆษณาทั้งออฟไลน์และดิจิทัลไปพร้อมๆ กันได้ ก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย ทั้งงบประมาณ วัตถุประสงค์ ฯลฯ เพราะในบางกรณี การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ ใช้แค่ช่องทางดิจิทัล ก็อาจจะเพียงพอแล้วก็ได้

ผลงานอะไรบ้าง ที่มาจากฝีมือของพี่ๆ Strategic Planner

ผลงานที่พี่ๆ ทำกัน ก็คือสื่อโฆษณาที่น้องๆ ได้เห็นกันอยู่ทั่วๆ ไป ทั้งออฟไลน์และดิจิทัล ซึ่งพี่ๆ Strategic Planner จะคิดแผนงานในการโปรโมต สิ่งที่เราอยากให้ผู้บริโภคได้เข้าใจเกี่ยวกับสินค้านั้นๆ เช่น อยากให้ผู้บริโภค กลุ่มวัยรุ่น อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีไลฟ์สไตล์ชอบหาของอร่อยๆ กิน ให้มารู้จักกับร้านชานมไข่มุกแห่งใหม่ ที่มีรสชาติแตกต่างจากร้านอื่นๆ ซึ่งต้องการโปรโมตผ่านโซเชียล ด้วยโฆษณาแบบวิดีโอสปอตโฆษณา ฯลฯ พอฝั่งพี่คิดเสร็จ ก็จะเป็นหน้าที่ของ Creative ที่จะรับไปทำต่อ ในการคิดต่อยอดให้ไอเดียที่ Strategic Planner คิดมาก่อนหน้านี้ ให้ออกมาดูปัง!! ดึงดูดผู้บริโภคให้มาสนใจในสินค้าชิ้นนั้นๆ แล้วจากนั้นถึงจะค่อยผลิตออกมาเป็นชิ้นงานสู่สายตาผู้บริโภคต่อไป..

ทักษะอะไร ที่น้องๆ ต้องมี ถึงจะมาทำอาชีพนี้ได้ดี

การเป็น Strategic Planner ที่ดี ต้องเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภค ถึงจะสามารถวางแผนการตลาดที่ตอบโจทย์ทั้งตัวเจ้าของสินค้าเองและผู้บริโภค น้องๆ ที่อยากทำอาชีพนี้ ต้องเป็นคนที่รู้จักเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะกระแส และความสนใจ เทรนด์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ต้องสังเกตสิ่งรอบตัวและคนรอบข้าง การมีความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นทักษะที่สำคัญเช่นกัน เพราะจะทำให้เราสามารถคิดไอเดียที่แปลกใหม่ ต่างจากไอเดียเดิมๆ ได้อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังต้องรู้จักเครื่องมือใหม่ๆ ของโซเชียลต่างๆ อย่างใน Instagram ที่มี Stories เราก็สามารถลงโฆษณาในนั้นได้ ในอนาคต โซเชียลต่างๆ ก็อาจจะมีลูกเล่นใหม่ๆ มาให้เราได้ใช้กันอีก ก็ต้องคอยติดตาม อัปเดตข่าวสารในวงการดิจิทัลอยู่เรื่อยๆ

เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค + เปิดรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ + มีความคิดสร้างสรรค์ + รู้จักเครื่องมือใหม่ๆ ของโซเชียล !

แล้วจะมีทักษะแบบนี้ได้ ต้องทำยังไง

สำหรับตัวพี่เอง พอได้เรียนในรั้วมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการที่ได้ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ มันก็เหมือนเป็นการฝึกตัวเอง แล้วเราจะได้ทักษะนี้มาโดยไม่รู้ตัว เวลาที่พี่เห็นโฆษณาต่างๆ คนอื่นๆ มักจะไม่กด Skip แต่พี่จะดูให้จบ เพราะอยากรู้ว่าตอนนี้มีโฆษณาอะไรบ้าง โฆษณาชิ้นนี้เขามีไอเดียในการนำเสนอยังไง และสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารไปยังผู้บริโภคคืออะไร ก็เก็บไว้เป็นคลังไอเดียของเรา และนำมาเป็นกรณีศึกษาสำหรับการทำงานชิ้นต่อๆ ไปของเราเอง

จริงๆ แล้ว ในสายงานการตลาดดิจิทัล ไม่ได้มีแค่ Digital Strategic Planner แล้วยังมีอาชีพอะไรอีกบ้างที่มาทำตรงนี้เหมือนกัน

นอกจากอาชีพที่พี่ทำ รวมถึง Creative ที่ได้พูดถึงไปนิดๆ ก็ยังมีอีกหลายอาชีพมากกกกก คือสายงานนี้ไปได้หลายทางจริงๆ ในแต่ละบริษัทก็ต่างกันออกแบบ แต่ถ้าในสายเอเจนซี่ ที่มักจะมีเหมือนๆ กัน ก็จะมี Media Planner, Copy Writer, Content Creator และอีกหลากหลายหน้าที่มากมายเลย

การเรียนในสายธุรกิจ ในช่วงระหว่างเรียน หลายๆ คนมักจะสร้างผลงานไว้เพื่อเก็บสะสมไว้ แล้วของพี่มายด์ ทำอะไรมาบ้าง

ในสายการตลาด มีกิจกรรมมากมายหลากหลายให้เราได้ทำเยอะมากๆ เพราะการตลาดเป็นสายงานที่ต้องสะสมประสบการณ์เอาไว้เยอะๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางของตัวเราเอง ที่ตัวพี่ทำเอง ก็จะมีการประกวดแผนการตลาด เข้าค่ายที่เกี่ยวกับสายงานการตลาด เข้าโครงการต่างๆ ที่จะพัฒนาความสามารถของตัวเราเองได้ ทั้งค่าย Young Webmaster Camp (YWC) ของสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย ประกวดแผนการตลาด ของสมาคมการตลาดฯ (J-MAT Award) และก็เข้าร่วมโครงการยุวสมาชิกของสมาคมการตลาดฯ (J-MAT Next Gen) ด้วย

การตลาดเป็นสายงานที่ต้องสะสมประสบการณ์เอาไว้เยอะๆ
Young Webmaster Camp คืออะไร

คือหลายๆ คนที่ได้ยินคำว่า Young Webmaster Camp คงจะคิดว่าเข้าไปทำเว็บ คือมันก็ใช่ แต่มันก็ไม่ใช่ไปทั้ง 100% เพราะจริงๆ แล้ว ค่ายนี้จะให้เรามาทำงานร่วมกับคนอื่น ในการคิดว่า เราจะทำบริการอะไรในการแก้ไขปัญหาการใช้ชีวิตของผู้คน เพื่อทำให้คนทั่วๆ ไปสามารถทำสิ่งๆ หนึ่งได้สะดวกและง่ายขึ้นยิ่งกว่าเดิม โดยใช้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือในการทำให้ผู้คนสามารถมาใช้บริการของเราได้

อธิบายอย่างนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเว็บไซต์สั่งอาหาร จองโรงแรม จองเครื่องบิน บริการของเว็บเหล่านี้ก็คือ ให้บริการสั่งอาหาร จองโรงแรม จองเครื่องบิน โดยใช้เว็บไซต์มาเป็นตัวกลางระหว่างผู้คนกับบริการของเรา ซึ่งทำให้ผู้คนสามารถสั่งอาหาร จองโรงแรม จองเครื่องบินได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

ซึ่งการจะคิดสิ่งนี้ขึ้นมา ก็ต้องมีคนที่ถนัดในด้านต่างๆ เข้ามาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ทั้งในด้านเนื้อหาของเว็บไซต์ หน้าตาของเว็บไซต์ การเขียนโค้ดเพื่อทำเว็บ และด้านการตลาด สำหรับด้านการตลาดก็มีหน้าที่ทั้งในการโปรโมตเพื่อดึงผู้คนให้มาใช้บริการของเรา และหาสปอนเซอร์เพื่อมาเป็นผู้สนับสนุนของเว็บไซต์เรา ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่า รูปแบบธุรกิจของเราเป็นยังไง ถ้าบริการของเรา คนที่มาใช้ต้องเสียเงิน ก็อาจจะไม่ต้องหาสปอนเซอร์มาลงในเว็บไซต์ของเราก็ได้

สำหรับตัวพี่เองที่ได้มาเข้าค่ายนี้ในสายการตลาด ก็ทำให้พี่ได้เปิดโลกในอีกด้านที่ยังไม่ได้รู้จัก เพราะเราได้ทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายสายงาน ทำให้เราได้เห็นภาพการทำงานจริงๆ ว่าเป็นยังไง ได้เปิดมุมมองทัศนคติหลายๆ อย่าง อีกทั้งยังฝึกให้เราทำงานแข่งกับเวลาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอีกด้วย

แล้ว J-MAT คือโครงการอะไร

J-MAT ที่พี่ได้เข้าร่วมจะมีอยู่สองโครงการ อันแรกคือ J-MAT Award อันนี้คือโครงการที่จะให้นักศึกษาจับกลุ่มกันส่งแผนการตลาดเพื่อการโปรโมตผลิตภัณฑ์เข้าประกวด ซึ่งในแต่ละปี ผลิตภัณฑ์ที่มาเป็นโจทย์ก็จะแตกต่างกันออกไป

ส่วนอันที่สองจะเป็น J-MAT Next Gen เป็นโครงการที่จะให้เราได้มาทำกิจกรรม จัดงานต่างๆ ของสมาคมการตลาดฯ ซึ่งโครงการนี้ได้นักศึกษาทั่วประเทศมารวมไว้เกือบ 90 คนมาทำงานร่วมกัน ตัวเราเองก็ได้ฝึกในการทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อนๆ ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ได้เข้าใจถึงหลักการทำงานของนักการตลาดที่ดี ได้ประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ก็ถือว่าเป็นแต้มต่อให้ตัวเราที่ดีมากๆ อีกอันนึงเลย

น้องๆ ต้องทำยังไง ถึงจะเช็กได้ว่า ตัวเองอยากมาทำสายการตลาดดิจิทัลจริงๆ

อย่าง Young Webmaster Camp (YWC) กับ J-MAT จะเป็นกิจกรรมสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่ถ้าสำหรับน้องๆ ม.ปลาย ก็มีกิจกรรมที่ให้น้องๆ ได้มาเรียนรู้ในสายการตลาดเหมือนกันนะ อย่างค่ายที่คล้ายๆ YWC ก็คือ Junior Webmaster Camp (JWC) แต่เป็นค่ายที่จัดให้สำหรับน้องๆ ม.ปลายแทน มี 4 สาขาเหมือนกัน ซึ่งการตลาดเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากเข้าค่าย ทำกิจกรรม และการไปงานเปิดบ้านตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้ว พี่ก็อยากให้น้องๆ ศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเองด้วย ว่าคณะที่เราอยากเข้าเป็นยังไง เอามาชั่งน้ำหนักประกอบการตัดสินใจ เราจะได้รู้ว่าเราชอบมันมั้ยก่อนที่เราจะได้เข้าได้เรียน เพราะถ้าเกิดเราเข้าไปเรียนจริงๆ แล้วเราไม่ชอบก็จะเป็นการเสียเวลาตัวเราเองด้วยนะ

ถ้าเกิดเราเข้าไปเรียนจริงๆ แล้วเราไม่ชอบ ก็จะเป็นการเสียเวลาตัวเราเองด้วยนะ

ถ้าน้องๆ แน่ใจแล้วว่าอยากทำสายงานนี้ น้องๆ ต้องเรียนคณะไหน

แน่นอนว่าก็ต้องเข้าเรียนในสาขาที่เกี่ยวกับการตลาด อย่างในจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ จะอยู่ในคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ส่วนเกษตร กับ มศว จะอยู่ในคณะบริหารธุรกิจ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าถามว่านักการตลาดต้องจบคณะสายการตลาดเท่านั้นหรือไม่นั้น.. ก็ไม่เสมอไป อย่างเพื่อนของพี่เองที่มาทำงานสายการตลาด หลายๆ คนก็จบวิศวะ เรียนบัญชีมา เพราะความรู้ด้านการตลาดสามารถศึกษาหาความรู้เองด้วย รวมไปถึงประสบการณ์ที่ได้จากการลงมือทำ ไม่ว่าจะจบสายไหนมา แต่ถ้ามีความรู้และประสบการณ์ด้านการตลาด ก็เบนสายมาทำงานในด้านนี้ได้เช่นกัน

ถ้าวันนั้นเรียนจบแล้ว แต่ไม่ได้อยากทำงานในสายการตลาดแล้ว สามารถไปทำอะไรอย่างอื่นได้บ้าง

จริงๆ อาชีพเดี๋ยวนี้มันหลากหลายมาก มีหลายๆ อาชีพที่ไม่ต้องพึ่งทักษะความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยก็มีหลากหลายเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราเรียนจบในสายการตลาดมาแล้ว แต่ไม่อยากทำงานในสายการตลาดต่อ การที่เราจะเบนสายไปทำงานสายอื่นแทนก็สามารถทำได้ โดยที่เราต้องหาความรู้และประสบการณ์ในด้านนั้นๆ เพิ่มเติมด้วย และความรู้การตลาดที่ได้มาจากมหาวิทยาลัย พี่เชื่อว่าสามารถนำไปปรับใช้ในอาชีพอื่นๆ นอกสายการตลาดได้อย่างแน่นอน

เป้าหมายที่พี่มายด์ตั้งไว้สำหรับชีวิตการทำงานในสายงานการตลาดดิจิทัลของพี่มายด์คืออะไร

เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็คือจะเติบโตในหน้าที่การงานนี้เนี่ยแหละ ตัวเราเองก็เพิ่งเริ่มทำมาได้เกือบๆ ปี เราก็อยากที่จะทำงานในสายงานนี้ไปให้ได้ไกลๆ ก่อน ให้เก่งๆ โหดๆ ไปเลย แล้วในอนาคตก็อยากที่จะเข้าร่วมงานกับฝ่ายการตลาด ของบริษัทใหญ่ๆ ระดับโลกให้ได้

สุดท้ายนี้.. ฝากพี่มายด์ ให้กำลังใจน้องๆ กันหน่อย

อยากให้น้องๆ ทุกๆ คนสู้ๆ อยากให้ทุกคนพยายามให้เต็มที่ ตั้งใจให้เต็มที่ เพราะสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นยังไง เราจะไม่ไปเสียใจทีหลัง อย่างน้อยๆ เราก็ได้ทำสุดความสามารถเราแล้วจริงๆ มันแค่อึดใจเดียวเท่านั้น ยอมลำบากตอนนี้นิดหน่อย พอผ่านด่านนั้นมาได้มันคุ้มค่ามากๆ จริงๆ นะ สู้ๆ จ้า เอาใจช่วยทุกคนเลย

3 ค่ายนี้.. สายการตลาดต้องมา!!

BBA Chula Camp

ค่ายที่จัดโดยพี่ๆ คณะบัญชีฯ จุฬาฯ ที่จะให้น้องๆ ได้มารู้จักกับหลากหลายสาขาวิชาของคณะนี้ ซึ่งรวมไปถึงสาขาวิชาการตลาดที่พี่มายด์จบมาด้วย ปีนี้จัดเดือนพฤศจิกายน สมัครได้เลยตอนนี้จ้า!

Junior Webmaster Camp

จะทำเว็บได้ เขียนโค้ดอย่างเดียวไม่พอ แต่ยังต้องมีทั้งด้านเนื้อหาในเว็บ การออกแบบหน้าตาของเว็บ รวมไปถึงด้านการตลาด ค่ายนี้จะให้น้องได้ลองมาทำเว็บจริงๆ วางแผนธุรกิจและการตลาดเว็บของเรา ค่ายนี้ในปี 62 ที่ผ่านมา จัดในช่วงเดือนเมษายน ในช่วงปีหน้าจะจัดช่วงไหน รอติดตามทางแคมป์ฮับได้เลย!

Business Game On!

เจาะลึกโลกธุรกิจด้วยกลยุทธ์ผ่านกระบวนการ Strategic Thinking ค้นหาคำตอบว่าจะทำอย่างไรเมื่อโลกธุรกิจเต็มไปด้วยการแข่งขัน ลงสนามจัดทีมตั้งบริษัทใน Business Simulation ขั้น Advance (Open-World) ปีนี้จัดช่วงเดือนตุลาคม ยังเปิดรับสมัครอยู่ สมัครได้ที่นี่เลย!

ทั้ง 3 ค่ายนี้ เป็นเพียง 3 ค่ายจากหลากหลายค่ายในด้านการตลาด – บริหารธุรกิจ สามารถดูค่ายทั้งหมดได้ที่ camphub.in.th/acc-econ และน้องๆ ยังสามารถไปงานเปิดบ้านของคณะในด้านการตลาด – บริหารธุรกิจ ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ สามารถดูงานเปิดบ้านของมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ที่ camphub.in.th/type/openhouse จ้า

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย กับ CampHUB Inspire ตอนแรก ถ้าน้องๆ คนไหนที่อยากทำอาชีพนี้ล่ะก็.. ก่อนที่จะลุยเต็มที่เข้าคณะในสายนี้ อย่าลืมไปเข้าค่าย งานเปิดบ้าน และทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับด้านการตลาดก่อนนะ เช็กให้ชัวร์ก่อนว่าเราอยากทำสิ่งนี้จริงๆ และถ้าน้องๆ อยากให้พี่ๆ แคมป์ฮับพาพี่ๆ อาชีพไหนมาให้น้องๆ ได้ทำความรู้จักกันอีก บอกเข้ามากันได้เลย สำหรับวันนี้ พี่ฟิวส์ พี่มายด์ ต้องไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ในครั้งต่อไป บ๊ายบายจ้า ฟิ่ววว.. ~~

แคมป์ฮับอินสไปร์ พี่มายด์ ธัญธร โชติรัตนศักดิ์
บทความ พี่ฟิวส์ แคมป์ฮับ
เสื้อผ้า พี่โบ๊ช แคมป์ฮับ
ถ่ายภาพ พี่ซัน แคมป์ฮับ
กราฟิก พี่อัยย์ แคมป์ฮับ
ขอขอบคุณสถานที่ ป้ายหยุดรถไฟโรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนสวรรคโลก (หลังโรงพยาบาลรามาธิบดี ใกล้พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน)

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

FusePlus (พี่ฟิวส์)

พี่ชื่อฟิวส์ ตอนนี้จบวิศวเคมี บางมดแล้ว ตอน ม.ปลาย ก็เป็นเด็กล่าค่ายประมาณนึงเลย พูดเลยว่า ถ้าไม่ได้เข้าค่าย ก็ไม่ได้มาทำแคมป์ฮับนะเออวววว์