CAMPHUB up tcas with TCASter

TCAS64: สรุป 9 ปัจจัยควรรู้ก่อนเลือกคณะ จะติดหรือไม่ติดรอบที่ 3 ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?

สวัสดีฮะน้องๆ ชาวค่าย หลังจากที่เราได้ไปดู TCAS64: สรุป 5 เรื่องควรรู้ก่อนสมัครรอบที่ 3 (Admission 1 & 2) กันมากับบทความของซีรีส์ CAMPHUB up tcas with TCASter ก่อนหน้านี้แล้ว..

วันนี้ พี่ช้าง ได้รวม 9 ข้อควรรู้ก่อนเลือกคณะ TCAS รอบที่ 3 มาให้เพื่อนๆ หรือน้อง ม.ปลายแล้ว ว่าจะติดหรือไม่ติดขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง เพราะรอบนี้เป็นรอบที่รับแบบ Admission ที่เปิดโอกาสให้เด็กซิ่ว, วุฒิเทียบเท่าม.6 หรืออื่นๆ สามารถสมัครยื่นคะแนนได้ โดยเป็นรอบใหญ่รอบสุดท้ายที่มีการเปิดรับจำนวนมากในหลายสถาบัน ถ้ารอบที่ 1 หรือ 2 ยังมีที่นั่งว่างเหลือ คณะหรือสถาบันนั้นๆ อาจเปิดรับเพิ่มในรอบนี้

นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือกคณะ สาขา หรือสถาบันได้มากถึง 10 อันดับ ซึ่งดูแค่ผลคะแนนที่เราทำได้อย่างเดียวก็คงไม่พอ ว่าแต่จะมีปัจจัยสำคัญว่าเราจะติดหรือไม่ติดนั้นขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?อะไรบ้าง ตามไปดูกันในบทความนี้เลยครับ

อย่าลืมแอดไลน์ @CAMPHUB

1. คุณสมบัติ

ปัจจัยนี้เป็นด่านตรวจแรกที่สำคัญที่สุด ถ้าเพื่อนๆ มีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยกำหนด ต่อให้ทำคะแนนได้สูงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถสมัครได้

ในทางปฏิบัติอาจจะทำการสมัครยื่นเลือกเข้าไปในระบบได้ก็จริง แต่จะถูกตัดสิทธิ์ ไม่ผ่านการคัดเลือกอย่างแน่นอน (เสียเงินค่าเลือกอันดับ + เสียสิทธิ์การเลือกในอันดับนั้นไปฟรัๆ)

ตัวอย่างคุณสมบัติที่กำหนด เช่น รับนักเรียนที่จบการศึกษา ปี 25XX / แผนการเรียน / ผลการตรวจสุขภาพ / ทักษะ ความสามารถตามที่คณะกำหนด / เพศ / ความสูง / น้ำหนัก / ดัชนีมวลกาย เป็นต้น

2. คะแนนสอบ

ต้องมีผลคะแนนสอบทุกรายวิชาตามที่คณะ / สาขานั้นๆ กำหนด ถ้าขาดไปเพียง 1 วิชา ก็ไม่สามารถสมัครได้เช่นกัน

ในทางปฏิบัติอาจจะทำการสมัครยื่นเลือกเข้าไปในระบบได้ แต่จะถูกตัดสิทธิ์ ไม่ผ่านการคัดเลือกอย่างแน่นอน เช่นเดียวกันกับปัจจัยคุณสมบัติ

ตัวอย่างผลคะแนนที่มักกำหนดให้ใช้ใน TCAS รอบ 3 ได้แก่ ผลคะแนน GAT, PAT, วิชาสามัญ, O-NET, วิชาเฉพาะอื่นๆ ตามที่กำหนด เป็นต้น

3. จำนวนรับ

ปัจจัยนี้เปลี่ยนแปลงทุกปี และอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาในช่วงเวลาเปิดคัดเลือก ขึ้นอยู่กับแผนการรับนักศึกษาของคณะหรือสถาบันนั้นๆ หรือการคัดเลือกในระบบ TCAS ถ้ามีที่นั่งว่างเหลือจากรอบ 2 รอบแรก อาจมีการปรับจำนวนรับเพิ่มในรอบ 3 ตามดุลยพินิจของแต่ละมหาวิทยาลัย

แน่นอนว่าถ้าปรับจำนวนรับเพิ่ม ยิ่งเป็นผลดีกับเพื่อนๆ ที่เลือกคณะ / สาขานั้นๆ ในทางตรงข้ามถ้าปรับลดจำนวนรับลง ก็อาจทำให้มีโอกาสติดน้อยลงเช่นกัน

4. คะแนนที่ใช้ในการคัดเลือก

ถ้ามีการปรับเกณฑ์คะแนนที่ใช้ยื่นจากปีก่อน เช่น ปีก่อนให้ยื่น PAT 7.1 มีค่าน้ำหนัก 100% แต่ปีนี้ปรับให้ยื่น PAT 7.1 โดยมีค่าน้ำหนัก 50% และ PAT 1 มีค่าน้ำหนัก 50% โอกาสติดของเพื่อน ๆ แต่ละคนก็อาจมีเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงแตกต่างกันออกไป ตามความสามารถหรือความถนัดในรายวิชาสอบนั้นๆ

สรุปว่าถ้าเราถนัดหรือสามารถทำคะแนนได้ดีในรายวิชาที่ใช้คัดเลือกมากแค่ไหน เราก็จะยิ่งมีโอกาสติดเพิ่มขึ้นตามลำดับ ยิ่งถ้าวิชานั้นกำหนดค่าน้ำหนัก % สูง ในการคัดเลือกยิ่งเป็นผลดีกับคนที่เก่งวิชานั้นโดยตรง

5. การจัดอันดับ

TCAS รอบ 3 สามารถเลือกคณะ + สาขา + สถาบัน ได้สูงสุด 10 อันดับ โดยเลือกผ่านทาง MyTCAS ระบบของ ทปอ. จะนำตัวเลือกของทุกคน ที่เลือกคณะ + สาขา + สถาบัน เดียวกันมาประมวลผล เรียงลำดับจากคนที่ได้คะแนนมากสุดไปจนถึงน้อยที่สุด

โดยเริ่มพิจารณาไปทีละอันดับ เริ่มต้นจากการพิจารณาในอันดับที่ 1

  • ถ้าพิจารณาแล้ว ปรากฏว่าผ่านการคัดเลือก ระบบก็จะหยุดการพิจารณา (สอบติดในอันดับ 1 แล้วนั่นเอง) ตัวเลือกในอันดับ 2 เป็นต้นอันดับต่อไปที่ได้เลือกไว้ ก็จะไม่นำมาพิจารณาอีก
  • แต่ถ้าตัวเลือกในอันดับที่ 1 พิจารณาแล้ว ปรากฏว่าไม่ผ่านการคัดเลือกก็จะนำตัวเลือกในอันดับ 2 หรือในอันดับถัดไปมาพิจารณาต่อไปทีละอันดับ จนครบทุกอันดับ 

แนะนำว่าเพื่อนๆ ควรเลือกคณะที่ตัวเราเองจะต้องมีความชอบ / อยากเรียน (ใกล้เคียงสิ่งที่อยากเรียน) จัดไว้ในอันดับต้นๆ ไล่ลำดับความชอบลงมาทีละอันดับ และการเลือกคณะ/สาขานั้นๆ ควรเลือกอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง จากผลคะแนนสอบที่เราทำได้

ตัวอย่างเลือกแบบนี้ใครติด

6. สถิติคะแนนสอบต่างๆ

สถิติในด้านต่างๆ เช่น คะแนนเฉลี่ย, ช่วงคะแนน, S.D., คะแนนต่ำสุดและสูงสุดในรายวิชานั้นๆ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่พอจะบอกได้ว่า ศักยภาพคะแนนของเราอยู่ในจุดไหนของภาพรวมทั้งหมด แนะนำว่าให้ดูในช่วง 3 ปี ล่าสุด ก็เพียงพอแล้วครับ

7. สถิติคะแนนสูงสุด – ต่ำสุดที่สอบติด

แนะนำให้พิจารณาที่ค่า “คะแนนต่ำสุดที่สอบติด” เป็นหลัก ดูย้อนหลังไปอย่างน้อยสัก 3 ปี ข้อมูลเหล่านี้มักจะมีให้เปรียบเทียบใน TCAS รอบ 3 รูปแบบเกณฑ์ Admission 2 เกือบทุกสถาบัน แต่ถ้าเป็นรูปแบบเกณฑ์ Admission 1 จะมีเปรียบเทียบเฉพาะบางสถาบันเท่านั้น

คะแนนต่ำสุดที่สอบติดเป็นค่าที่บอกได้อย่างคร่าวๆ ว่า เราใกล้เคียงกับการสอบติดปีก่อนๆ มากแค่ไหน ถึงแม้คะแนนของเราจะมากกว่าปีก่อน แต่ไม่ได้การันตีว่าปีนี้จะติดชัวร์ เพราะถ้าปีนี้เปลี่ยนแนวหรือเกณฑ์การคัดเลือกไปมาก ข้อมูลส่วนนี้อาจช่วยเราได้ไม่มากนัก

8. เทรนด์การเลือกคณะ

ผ่านไปแต่ละปี ความนิยมหรือกระแสในการเลือกคณะของแต่ละรุ่นก็เปลี่ยนไป แน่นอนว่าคณะที่มีความนิยมมาก อัตราการแข่งขันก็จะสูง คะแนนต่ำสุดที่สอบติดในบางม.ก็อาจเป็นคะแนนสูงสุดที่สอบติดของบางม.ก็เป็นได้

แต่สุดท้ายทุกคนคงมีเป้าหมายคล้ายๆ กัน คือ เราควรเลือกเรียนในสิ่งที่เราชอบและถนัด จบมามีงานทำ มีงานรองรับ และมีโอกาสเติบโตได้ในสายอาชีพที่เรียนจบ มีเงินเดือนที่พอจะเลี้ยงดูตัวเอง เลี้ยงดูครอบครัวเราได้ในอนาคต

9. ประสบการณ์ในการเลือก

ประสบการณ์ในการเลือกอันดับก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น #dek64 หรือเด็กซิ่วหลายคนที่ยังกังวลหรือสับสน.. รู้คะแนนตัวเองแล้ว แต่ยังเอาไปคำนวณไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน TCAS รอบ3 Admission 1 & 2 ไม่รู้ว่าจะเรียงอันดับอย่างไร หรืออันดับที่ตัวเองเรียงไว้แล้วไม่รู้ว่าจะรุ่งหรือร่วง..

สรุป 7 ประเด็นการรับสมัคร TCAS64 อย่างละเอียด

สำหรับใครที่พลาดไป ยังไม่ได้อ่านบทความ “TCAS64: สรุป 7 ประเด็นการรับสมัครอย่างละเอียด” ก็สามารถคลิกอ่าน พร้อมดูคลิปสรุปใน 8 นาทีได้ที่นี่เลย

อ่านบทความ


ไม่พลาดข่าวสาร TCAS

ติดตามข่าวสารการสอบ TCAS เพิ่มเติมได้ที่ tcaster.net หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น TCASter ที่รวมข้อมูลการสอบ TCAS ไว้ในที่เดียว

ผู้ใช้ iOS โหลดเลย! ผู้ใช้ Android โหลดเลย!


และสำหรับน้องๆ ทีม #dek64 ที่อยากจะอัปเดตข่าวสารการสมัครสอบทุกรอบก่อนใครก็สามารถติดตามได้ที่ CAMPHUB up tcas with TCASter เลย


เขียนและเรียบเรียงโดย: พี่ช้าง CAMPHUB และ TCASter
กราฟิก: พี่อัยย์ CAMPHUB

ชอบไหม? กดแชร์ให้เพื่อนด้วยนะ ^^

ข้อมูลผู้เขียน

พี่ช้าง

พี่ช้าง ทีมงานแคมป์ฮับสุดคิ้วท์ นักศึกษาคณะ ICT มหิดลที่มีใจรักในค่าย :)

ข้อมูลผู้เขียน

พี่อัยย์

พี่อัยย์ วิศวกรคอมพันธุ์เป็ด เขียนเกม เขียนแอพ เขียนเว็บ วาดรูป ทำกราฟฟิค